เน็ตไอดอลหลบไป! เปิด 10 ภาพ “เป่าเปา” ที่ชาวเน็ตชอบ กระหน่ำกดไลก์ให้

ตั้งแต่ลืมตาดูโลกก็กลายเป็นขวัญใจของทุกๆคน สำหรับ “เป่าเปา” ลูกแม่กุ๊บกิ๊บ – พ่อบี้ เพราะความน่ารัก น่าเอ็นดู โดยแม่กุ๊บกิ๊บ ยังโพสต์ภาพความน่ารักของเป่าเปา ลงในอินสตาแกรมอย่างสม่ำเสมอ ล่าสุด เว็บไซต์ 2016bestnine.com ที่ตรวจวัดจำนวนการกดไลก์และค้นหาภาพที่ถูกกดไลก์มากที่สุดของปี 2559 พบว่า อินสตาแกรม gggubgib36 ของกุ๊บกิ๊บ ที่มีผู้ติดตาม 4.3 ล้านคน พบว่า ตลอดทั้งปีมีคนเข้ามากดไลก์ภาพของกุ๊บกิ๊บ ถึง 158,564,699 ไลก์ จากรูปที่โพสต์ 1,558 รูป และส่วนใหญ่รูปที่ชาวเน็ตกดไลก์ให้คือ รูปของเป่าเปา นั่นเองgggubgib36_full

10 ภาพที่มีคนกดไลก์มากที่สุด

screenshot-3892screenshot-3886screenshot-3894screenshot-3890screenshot-3893screenshot-3887screenshot-3889screenshot-3888screenshot-3891

ที่มา>>>ข่าวสด

เปิดภาพพิธีวิวาห์สุดฮือฮา เศรษฐีพันล้านกับดาราสาว หลังคบกัน7วัน ท่องเที่ยวชื่นมื่น (คลิป)

หลังจากที่เว็บไซต์ เน็กซ์ชาร์ก ของอินโดนีเซียนำเสนอเรื่องราวของ ปาโบล ปูเตรา เบนัว หนุ่มนักธุรกิจพันล้าน ขอแต่งงานกับ เรย์ อูตามี พิธีกรรายการทีวีและนักแสดงตลกชื่อดัง หลังเจอกันผ่านแอพพลิเคชั่นหาคู่ “ทินเดอร์” แล้วศึกษาดูใจกันแค่ 7 วันreyyyyโดยทั้งคู่ออกเดตกันครั้งแรกด้วยบรรยากาศโรแมนติก จนเจอกันวันที่ 2 นายปาโบลพาแฟนสาวไปซื้อรถฮอนด้า HRV ราคาเกือบ 1 ล้านบาท วันต่อมา เศรษฐีหนุ่มก็ให้ของขวัญสุดแพงเป็นนาฬิกาข้อมือหรูราคา 10 ล้านบาท%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a71-horzและวันที่ 4 นายปาโบลเซอร์ไพรส์แฟนสาวโดยขอแต่งงาน และวันรุ่งขึ้นก็ไปสู่ขอพ่อแม่ฝ่ายหญิง ก่อนมาเตรียมงานแต่งงานในวันที่ 6 และจัดงานแต่งงานแบบส่วนตัวในวันที่ 7 โดยมีแขกร่วมงานเพียง 40 คน%e0%b8%9f%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b8%81-horzเรื่องราวนี้ถูกวิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ โดยมีข่าวลือว่า พิธีกรสาวจับคู่แต่งงานง่ายๆ เพราะต้องการจับผู้ชายรวยและเอาใจโดยซื้อของแพงๆ ให้ แต่เจ้าตัวตอบโต้กลับทันทีว่า ปาโบลพิสูจน์ให้เห็นชัดว่า รักตนมากแค่ไหน จึงไม่ลังเลที่จะแต่งงานกับเขา%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b9%8cล่าสุดมีการแชร์ภาพ “ปาโบล-เรย์” ช่วงที่ท่องเที่ยวกันชื่นมื่นก่อนที่จะเข้าวิวาห์กัน หลังจากที่คบหากันเพียง 7 วัน%e0%b8%b0%e0%b8%b1%e0%b8%9e%e0%b8%b0%e0%b8%b1%e0%b8%9e

ที่มา>>>ข่าวสด

บก.บห.ไทยรัฐออนไลน์ ร้อง ปอท.โดนปลอมเว็บไซต์ บิดเบือนทำให้เสียหาย

ทนไม่ไหว! บรรณาธิการบริหาร ไทยรัฐออนไลน์ บุกร้อง ปอท.โดนปลอมเว็บไซต์ ทำเสียชื่อ-ประชาชนเข้าใจผิด ลั่นเอาผิดให้ถึงที่สุด ด้าน รอง ผบก.ปอท.รับเรื่อง ชี้เข้าข่ายความผิด ม.14 (1) เร่งติดตามคนผิดมาดำเนินคดี…

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 1 มิ.ย. ที่ บก.ปอท. ชั้น 4 ศูนย์ราชการ อาคารบี ถนนแจ้งวัฒนะ กทม. นายปภากร อินทรวงศ์ บรรณาธิการบริหาร ไทยรัฐออนไลน์ พร้อมนายปฐมพงศ์ ศุภสินธุ์ ผจก.แผนกคดี บริษัท วัชรพล จำกัด เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.สมพร แดงดี รอง ผบก.ปอท. เพื่อเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่ทำเว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์ปลอม ก่อนให้ ร.ต.อ.อาคม จำปามูล รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท.รับแจ้งความบรรณาธิการบริหาร ไทยรัฐออนไลน์ พร้อมทีมกฎหมายเข้าแจ้งความเอาผิดผู้ทำเว็บไซต์ปลอม ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 2550

นายปฐมพงศ์ เผยว่า ได้รับมอบหมายจากนายสราวุธ วัชรพล หัวหน้ากองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ พร้อมฝ่ายกฎหมาย มาแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดผู้ที่ได้กระทำปลอมแปลงเว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์ โดยเว็บไซต์ไทยรัฐปลอม ล่าสุดพบ 6 เว็บไซต์

1. www.thairath-online.com/@/5b/ios.html

2. www.thairath-online.com/@/t/ios.html

3. www.thairath-online.com/@/dek7/win.html

4. www.thairath-online.com/@/zoo/win.html

5. www.thairath-online.com/@/123-iphone/

และ 6. www.thairath-online.com/@/s8-2/an.html

โดยเนื้อหาข่าว และรูปภาพ และพาดหัวจะบิดเบือนข้อเท็จจริงทั้งหมด ทำให้ไทยรัฐเสียชื่อ และทำให้ประชาชนที่รับข้อมูลข่าวสารเข้าใจผิดอย่างมาก และทราบว่า มี URL อยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา” ของแท้จะเขียนว่า www.thairath.co.th

มีจุดสังเกตว่า เป็นเว็บไซต์จริง 1. URL จะเขียนว่า www.thairath.co.th 2. พาดหัวข่าว ใช้ฟอนต์อักษรที่เป็นเอกลักษณ์ไทยรัฐ 3. ภาพข่าว อยู่ภายใต้หลักกฎหมายและจรรยาบรรณสื่อ 4. เนื้อหามีความถูกต้องและใช้คำที่เหมาะสม ซึ่งแตกต่างจากเว็บไซต์ปลอม จะลงภาพข่าวที่ไม่มีการเซนเซอร์ เบลอภาพศพหรือผู้เสียหาย หรือนอกจากนี้ พาดหัวข่าว เนื้อข่าว จะมีการบิดเบือนหลอกลวง ข่าวเท็จ จึงมาร้อง บก.ปอท.ให้เอาผิดผู้ที่ทำเว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์ปลอมให้ถึงที่สุด” นายปภากร กล่าวแนะให้เช็คก่อนแชร์

ด้าน พ.ต.อ.สมพร กล่าวว่า รับแจ้งความร้องทุกข์ไว้ เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิด ม.14 (1) นำข้อมูลอันเป็นเท็จ และปลอมเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯ และข้อหาหมิ่นประมาทฯ หลังจากนี้ให้ฝ่ายสืบสวน บก.ปอท.ตรวจสอบหาผู้ที่กระทำผิด เพื่อตามตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath