“ปคบ.-อย.” จับยาลดความอ้วน เผยกินบ่อย ปากแข็ง-ใจสั่น ถึงขั้นเสียชีวิต

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 16 ส.ค. ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) พล.ต.ต.ประเสริฐ พัฒนาดี ผบก.ปคบ. เภสัชกรประพนต์ อางตระกูล รองเลขาเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พ.ต.อ.บัณฑิต ทิศาภาค รอง ผบก.ปคบ. พ.ต.ท.จตุรงค์ พลเกิด รอง ผกก.4 ปคบ. พ.ต.ท.อภิชัย ไลออน รอง ผกก.4 ปคบ. และพ.ต.ต.เกรียติคุณ การะเกษร สว.กก4 ปคบ. ร่วมกันแถลงจับผลิตภัณฑ์ลดความอ้วนและสบู่ ตราพาย่าสลิมพลัส ที่ปลอมแปลงเลขสารบบอาหาร อย. พร้อมของกลางมูลค่า 5 ล้านบาทพล.ต.ต.ประเสริฐ กล่าวว่า สืบเนื่องจาก ปคบ.ได้รับร้องเรียนว่า ผลิตภัณฑ์ลดความอ้วน ยี่ห้อพาย่าฯมีการโฆษณาขายยาลดความอ้วนผ่านทางเฟสบุ๊กแฟนเพจโดยผิดกฎหมาย ประกอบกับมีผู้บริโภคสั่งยี่ห้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาตรวจสอบพบว่ามีเลขสารบบอาหารและเลขทะเบียนยาของผลิตภัณฑ์อื่นที่ไม่ใช่ของตนเองมาใช้ จึงจัดเป็นยาและอาหารปลอม ทางเจ้าหน้าที่จึงดำเนินการสืบสวนสอบสวนจนกระทั่งเมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กก.4 ปคบ. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ อย. เจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี ขอหมายค้นจากศาลจังหวัดปทุมธานี เข้าตรวจค้นบริษัท พญา เฮลตี้ กรุ๊ป จำกัด เลขที่ 263/166 หมู่บ้านภูมิสิริ คลอง 7 ม.1 ถ.รังสิต-นครนายก ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นสถานที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารพาย่า พบผู้ต้องหานายสุธี อาจดี อายุ 30 ปี เป็นเจ้าของบริษัทและเจ้าของบ้านพักที่ตรวจค้นพล.ต.ต.ประเสริฐ กล่าวต่อว่า ฝากข้อห่วงใยถึงผู้ที่อยากลดน้ำหนัก ในการซื้อผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนักมากินเอง ขอให้คิดเสมอว่า ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่โฆษณาชวนเชื่ออวดสรรพคุณในการลดน้ำหนักที่ขายผ่านทางโซเชียลมีเดีย ส่วนใหญ่ไม่ได้คุณภาพมาตรฐานซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต หากมีการบริโภคเกินขนาด หรือมีโรคประจำตัวแทรกซ้อน ดังนั้น ก่อนใช้ยาใด ๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง พร้อมทั้งแจ้งเตือนผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่างๆ ให้ดำนินการตามขั้นตอนและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากหากมีการร้องเรียนจากผู้บริโภคและถูกตรวจพบ จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายและฝากประชาชนที่พบเห็นการกระทำความผิดโปรดแจ้งสายด่วน บก.ปคบ. 1135 หรือทางเว็บไซด์ WWW.cppd.go.th หรือ สายด่วน อย.1556

ด้าน เภสัชกรประพนต์ กล่าวว่า ผลการตรวจค้นสถานที่ดังกล่าว พบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดต่าง ๆ และบรรจุภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์พาย่าที่มีส่วนผสมของยาไซบูทรามีนที่เป็นสารประเภทหลอนประสาท ทำให้ไม่รู้สึกอยากอาหาร หากรับประทานเข้าสู่ร่างกายจะทำให้ปากแข็ง มือสั่น ใจสั่น และอาจจะส่งผลให้ ไตวายเสียชีวิตได้ และตัวยาดังกล่าว ไม่ได้อยู่ในสารบบของทะเบียนยาในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2553 ที่ผ่านมา อย. มีการประกาศเตือนและขึ้นเว็ปไซต์ว่าเป็นสารอันตราย ส่วนสบู่นั้นเป็นเครื่องสำอางที่ทำขึ้นและไม่ได้ขออนุญาติจึงได้ยึดไว้เป็นของกลาง โดยหลังจากนี้จะนำของกลางทั้งหมดไปตรวจหาสารอันตรายต่อไป

ทั้งนี้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา จำหน่ายอาหารปลอม จำหน่ายอาหารที่มีการแสดงฉลากไม่ถูกต้อง ขายเครื่องสำอางปลอม ขายเครื่องสำอางที่แสดงฉลากไม่ถูกต้อง

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

รันทด ป่วยท้าวแสนปม ชาวบ้านรังเกียจหนีลงใต้ เพื่อนชาวพม่าหาเลี้ยงโดนส่งกลับประเทศ

เมื่อวันที่ 16 พ.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า ที่บ้านเลขที่ 30 บ้านจับยี่ลุ่ย หมู่ 1 ต.ธารน้ำทิพย์ อ.เบตง จ.ยะลา มีชายวัย 60 ปี อาศัยอยู่ในกระต๊อบเพียงลำพังและป่วยเป็นโรคท้าวแสนปม ซึ่งไม่มีอาชีพอะไรเพราะไปหางานที่ไหนก็ไม่มีใครรับความเป็นอยู่ด้วยความยากลำบาก และต้องการความช่วยเหลือ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบ นายชิติ เจริญรัตนประภา อายุ 60 ปีอาศัยอยู่ในกระต๊อบ หลังเล็กๆ ขนาด 2X2 เมตร มุงด้วยหลังคาสังกะสีเก่าๆ และใช้สแลนถุงปุ๋ย กับป้ายไวนิลขึงล้อมไว้แทนฝาบ้าน กันฝนไม่ได้ ไม่มีประตู ไม่มีห้องน้ำ มีไฟฟ้าที่เพื่อนบ้านต่อให้ 1 ดวงภายในกระต๊อบมีแค่เสื่อปูนอนกับผ้าห่ม และเครื่องครัวเตาถ่านเท่านั้น

นายชิติ เปิดเผยว่า ตนเองป่วยเป็นโรคท้าวแสนปมมาตั้งแต่อายุ 15 ปี และมีพี่น้อง 3 คน แต่ไม่เคยได้รับการติดต่อจากญาติพี่น้องเลย จากนั้นมาก็มุ่งทำงานหาเลี้ยงชีพ แต่ก็ไม่มีใครกล้ารับเข้าทำงานด้วย เพราะเขารังเกียจโรคที่เป็นอยู่ จึงต้องอาศัยอยู่กับน้องชายที่กรุงเทพฯ แถวถนนพหลโยธิน แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพฯ แต่น้องชายก็มีฐานะยากจนเช่นกันและอยู่ตัวคนเดียวเหมือนกันแต่ไม่ได้เป็นโรคท้าวแสนปมเช่นเขา ซึ่งอยู่ไปก็มีแต่คนรังเกียจ บางครั้งคิดน้อยใจจะฆ่าตัวตาย แต่ก็มีเพื่อนในละแวกแถวนั้นซึ่งเป็นชาวพม่าได้มาให้กำลังใจในการต่อสู้ชีวิตและได้ชักชวนตนลงมาอยู่ที่ อ.เบตง และมาหางานทำแต่ก็ไม่มีใครจ้าง เพื่อนชาวพม่าบอกกับตนว่าจะหาเลี้ยงตนเองด้วยความสงสาร และเมื่อต้นเดือน ตุลาคม ที่ผ่านมา เพื่อนชาวพม่าได้ถูกจับกุมข้อหาหลบหนีเข้าเมืองและทางการได้ส่งตัวกลับไปยังประเทศพม่า ตนจึงได้อยู่เพียงลำพังจากนั้นเป็นต้นมา จนชาวบ้านแถวนั้นทนเห็นความลำบาก อดอยาก ไม่ได้จึงได้ลง เฟสบุ๊ก โพสต์ภาพลุงคนหนึ่ง กำลังนั่งซึมเศร้าอยู่ในบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งตามลำตัวเต็มไปด้วยตุ่มขึ้นทั่วทั้งร่างกาย เหมือนมีเนื้องอกออกมาจากร่างกาย พร้อมเขียนข้อความว่า วอนสื่อช่วยเหลือด้วย201611160848021-20050615153902หลังได้ลงในสื่อโซเชียล นายณัฐกิตติ์ กาญจน ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประชาตำบลธารน้ำทิพย์ อ.เบตง จ.ยะลาทราบข่าวจึงได้รายงานให้นายดำรงค์ ดีสกูล นายอำเภอเบตง หลังจากนั้นได้รับมอบหมายจากนนายอำเภอเบตงให้ ทำการเข้าช่วยเหลือจึงได้เดินทางพร้อมกับสื่อมวลชนและชาวบ้านเข้ามอบอาหรแห้ง เครื่องดื่ม และเงินสดจำนวนหนึ่ง เพื่อเป็นการช่วยเหลือเบื้องตน

นายชิติ เจริญรัตนประภา หรือลุงชง กล่าวอีกว่า ตนเองนั้นอยากกลับไปยังบ้านเกิดที่กรุงเทพฯ เพื่อไปถวายสักการะพระบรมศพ “ในหลวง” ที่กรุงเทพฯ หลังจากที่ทราบข่าวถึงการเสด็จสู่สวรรคาลัยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และตนต้องการที่ไปถวายสักการะพระบรมศพ “ในหลวง” สักครั้งหนึ่งในชีวิต201611160848024-20050615153902

ที่มา>>>ข่าวสด

แม่ค้าขนมจีนภูเก็ตช็อก เจองูปนอยู่ในถุงปลาร้า หลังซื้อจากห้างดัง

วันที่ 9 ก.ย. ผู็สื่อข่าวรายงานว่ามีผู้ใช้เฟสบุ๊กชื่อ “วนิดา ผกามาศ” โพสต์ภาพปลาร้าที่ภายในมีลำตัวของสัตว์สีดำ มีเกล็ดคล้ายงู ปะปนกับเศษปลา โดยเขียนข้อความระบุว่า “ติดต่อห้างได้ไงหรือร้องเรียนได้ที่ไหน ทำของแบบนี้ ออกมาขายได้ยังไง เจอกับตัวเอง ไม่มีมโน งูมาทั้งท่อนเลยคะ ต้องทิ้งทั้งหมดที่ซื้อมาเลย ฝากแชร์วนไปนะคะ ก่อนนำสินค้ามาวางขายในห้างน่าจะมีการตรวจสอบนะคะ”หลังจากที่มีการโพสต์ข้อความดังกล่าวนั้นได้มีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นกันอย่างหลากหลาย ทั้งในทางดีเเละไม่ดี จนมีการโต้เถียงกันเกิดขึ้นจนเจ้าของเฟซบุ๊กถึงกับเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่โพสต์ดูหมิ่นและให้ร้ายไว้ที่ สภ.เมืองภูเก็ตทั้งนี้ในช่วงเย็นที่ผ่านมาทางห้างดังที่ถูกเจ้าของเฟซบุ๊กระบุถึงว่าได้ซื้อปลาร้าดังกล่าวมานั้นได้ส่งตัวแทนเข้าพบพร้อมนำกระเช้ามาขอโทษกับเจ้าของเฟสบุ๊กถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเเล้ว ล่าสุดทางผู้โพสต์ได้มีการถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อบรรยายให้เห็นภาพ และนำชิ้นส่วนสัตว์ดังกล่าวมาให้ดู พร้อมทั้งระบุว่าซื้อมาทั้งหมด 6 ถุง แต่แกะถุงแรกก็เจองูแล้ว ส่วนอีก 5 ถุงยังไม่ได้แกะพิสูจน์ทั้งยังระบุว่าไม่ได้กลั่นแกล้ง ถึงเเม้จะมีการติดต่อมาจากห้างดังเเต่ตนเองจะเข้าร้องต่อสำนักคุ้มครองผู้บริโภคหรือ สคบ.จังหวัดในวันพรุ่งนี้เพื่อให้มีการตรวจสอบที่มาและแหล่งผลิตปลาร้าดังกล่าว เนื่องจากคาดว่าน่าจะมีชิ้นส่วนของสัตว์ดังกล่าวกระจายไปอยู่ที่อื่นอีก เพราะชิ้นส่วนที่พบเป็นเพียงแค่ส่วนเดียวเท่านั้น 

ที่มา>>>ข่าวสด