บุกล้อมจับ 2 โจรขมังเวทย์สะเดาะกุญแจมือหนีตร.ซุกป่าอ้อยชายแดนสระแก้ว (คลิป)

 เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ชาวบ้านกำลังออกไปทำไร่อ้อยของตนเองในช่วงเช้า ที่บ้านอ่างศิลา ม. 9 ต.ป่าไร่ จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นเขตติดต่อ กันระหว่างตำบลป่าไร่ กับตำบลโนนหมากมุ่น อ.โคกสูง ได้พบชาวเขมร 2 คน กำลังเดินอยู่ในไร่อ้อยของตนเอง เมื่อเข้าไปดูใกล้ๆ จึงจำได้ว่า ทั้ง 2 คน เป็นโจรเขมรจอมขมังเวทย์ ที่ก่อคดีลักรถจักรยานยนต์ของชาวบ้าน และสะเดาะกุญแจมือของตำรวจวิ่งหลบหนีเมื่อ 2 วันก่อน จึงโทรศัพท์บอกผู้ใหญ่บ้านและกำนัน พร้อมแจ้งทหารและตำรวจให้เข้าล้อมจับ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาเจ้าหน้าที่ปิดล้อมพื้นที่จนสามารถจับกุมนายสัง ลี ชาวเขมรเอาไว้ได้ 1 คน ส่วนเพื่อนคู่หูอีกคนที่ก่อเหตุด้วยกันคือนายสัน รัง วิ่งหลบหนีเข้าไปซุกอยู่ในป่าอ้อย เจ้าหน้าที่ระดมกำลังปิดล้อมเพื่อที่จะจับตัวให้ได้ จากการตรวจสอบพบว่าทั้ง 2 คน หนีมาหลบซ่อนอยู่บริเวณนี้ตั้งแต่เมื่อคืนนี้ที่ผ่านมา เพื่อหาทางเล็ดลอดข้ามแดนไป นอกจากนี้ พบว่าโจรเขมรทั้ง 2 คนมีเสื้อผ้าอยู่หลายชุด และบริเวณรอบๆ มีการหักข้าวโพดของชาวบ้านมากองแล้วก่อไฟย่างข้าวโพดกิน นอกจากนั้น ยังพบอ้อยที่ทั้ง 2 หักมากินอีกจำนวนหลายท่อน นายจรัญ มีทรัพย์ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 119 ม.6 ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ขณะที่ตนเองออกมาดูไร่อ้อย พบชาวบ้านตะโกนบอกว่า มีโจรเขมรหลบซ่อนอยู่ ตนจึงรีบโทรศัพท์แจ้งผู้ใหญ่ กำนับ นำกำลังเข้าปิดล้อมป่าอ้อยดังกล่าว และสามารถจับได้ 1 คน คือนายสัง ลี ส่วนเพื่อคู่หูวิ่งหลบหนีเข้าไปซุกอยู่ในป่าอ้อย เจ้าหน้าที่ปิดล้อมจับตัวและใช้อากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน บินขึ้นค้นหา สำหรับโจรเขมร ทั้ง 2 คน ชาวบ้านต่างลือกันอย่างมากว่า มีคาถาอาคมแก่กล้า สามารถสะเดาะลูกกุญแจได้

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มหวิดดับ นั่งดื่มริมสะพานเมาได้ที่เอนหลังร่วงจมเลนติดยันเช้า

เมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. วันที่ 2 ส.ค. ที่บริเวณสะพานเลียบชายทะเล ต.บางปลาสร้อย อ.เมืองชลบุรี เจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองชลบุรี ได้นำรถโฟล์คลิฟต์ ผูกกับกระเช้าแล้วหย่อนลงไปช่วยนำตัว นายณรงค์ เสื่อพรหม อายุ 41 ปี ขึ้นมาได้ ซึ่งอยู่ในสภาพอิดโรย เปื้อนโคลนไปทั้งตัว และเพิ่งจะสร่างเมา ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำรถดับเพลิงมาฉีดล้างตัวให้นายณรงค์  ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อคืนตนเองได้ขี่รถจักรยานยนต์มานั่งดื่มเหล้าริมสะพานคนเดียว พอดื่มไปได้สองแบน จนเริ่มครึ้มๆจึงเอนหลังแต่ลืมไปว่าสะพานไม่มีราวกั้นจึงตกลงไปในดินเลนที่สูงกว่า 5 เมตร หลังจากนั้นก็สลบไป มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนเช้าและพยายามตะโกนเรียกให้ชาวบ้านมาช่วย จนมีเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ หลังจากนี้รู้สึกเข็ดกับการกินเหล้าริมสะพานที่ไม่มีราวกั้น และจะไปหาสะพานที่มีราวกั้นนั่งกินแทน

สอบถาม นางวันเพ็ญ ฉวีเนตร อายุ 52 ปี ชาวบ้านที่มาพบนายณรงค์ เล่าว่า กำลังขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน พอมาถึงที่สะพานก็ได้ยินเสียงคนร้องให้ช่วยเหลือ จึงจอดรถและเดินตามหาเสียงจนพบนายณรงค์ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยเหลือ ซึ่งถือว่าโชคดีที่เป็นช่วงน้ำลง เพราะหากตกลงไปในช่วงน้ำขึ้นนายณรงค์คงจมน้ำตายไปแล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด

ดราม่าหนักมาก…อุบัติเหตุรถชนกลางสะพานไทย-ญี่ปุ่น มีโทษจยย.กันซะงั้น

 กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ โดยเว็บไซต์ js100.com รายงานว่า เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีการรายงานอุบัติเหตุในโลกออนไลน์เกี่ยวกับเหตุการณ์อุบัติเหตุบนสะพานไทย-ญี่ปุ่น หลังพบรถบรรทุก6ล้อชนกับรถปิคอัพ รถตู้ และรถแท็กซี่จนทำให้เกิดการจราจรติดขัดกลางสะพาน และยังทำให้เกิดผู้บาดเจ็บอีก ซึ่งมีผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างได้ให้ความเห็นว่าผู้ขับรถบรรทุกเกิดหลับในและทำให้ขับรถเสียหลักพุ่งชนกับรถอีก 3 คัน จนทำให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่น่าเกิดขึ้น จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้ผู้คนที่ไม่ทราบว่าต้นเรื่องของอุบัติเหตุในครั้งนี้ว่าเกิดอะไรขึ้น ก็มักจะกล่าวโทษว่าเพราะจยย.ขับขึ้นสะพานหรือเปล่าแล้วไปปาดหน้ารถบรรทุกทำให้รถเสียหลักจนไปชนกับรถอีก 3 คัน เลยทำให้เกิดการดราม่าอย่างหนักว่าต้นเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุไม่จำเป็นที่จะต้องโทษแต่ผู้ที่ขี่รถจักรยานยนต์เพียงอย่างเดียว แต่มันอยู่ที่ความมักง่ายของคนขับ และยังมีผู้คนต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นอีกต่างๆนานาเกี่ยวกับเหตุการณ์ว่าอย่างไรกันอีกบ้างขอบคุณ js100.com

ที่มา>>>ข่าวสด

อดีตแฟนหนุ่มไม่สะท้าน-ทำแผนฆ่า“น้องแจน” เผยรัดคอนาน 5 นาทีจนสิ้นใจ (คลิป)

กรณีพบศพน.ส.รุจิษยา อมรศรีรัตนชัย อายุ 23 ปี สาวสวยนักเรียนนอก ลูกสาวนายสมชาติ อมรศรีรัตนชัย หรือ “เล็ก สารคาม” เซียนพระเครื่องชื่อดัง ตำแหน่งรองประธานบริหารพระเครื่องภาคอีสานเขต 2 ถูกฆ่าหมกหญ้าข้างถนนบายพาสรอบเมืองมหาสารคาม หลังตลาดเกษตร ต.แก่งเลิงจาน อ.เมือง จ.มหาสารคาม โดยบริเวณใบหน้าถูกตีด้วยของแข็งอย่างแรงจนกะโหลกยุบ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3 วัน ต่อมาตร.จับนายศักดิ์ดา ประเสริฐสังข์ อายุ 22 ปี ชาวจ.มหาสารคาม อดีตแฟนหนุ่มขณะกำลังเตรียมตัวหลบหนี สอบสวนอ้างว่าสาวผู้ตายมาทวงเงินที่ค้างอยู่ แต่ตกลงกันไม่ได้ จึงคว้าเชือกรัดคอจนขาดใจ แล้วฉกโทรศัพท์หลบหนี ซึ่งตร.ยังไม่ปักใจเชื่อ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้า เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 23 ก.ค. พ.ต.ท.วุฒ ศรีวิลัย รองผกก.สส.สภ.เมืองมหาสาราคาม พร้อมชุดสืบสวน สภ.เมือง นำตัวนายศักดิ์ดา ประเสริฐสังข์ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 114 หมู่ 15 ต.ขามเรียง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม ซึ่งเป็นผั้ต้องหาฆ่า น.ส.รุจิษยา อมรศรีรัตนชัย หรือ แจน อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 63 ซอยนครสวรรค์ 33 ถ.นครสวรรค์ ต.ตลาด อ.เมือง จ.มหาสารคาม ซึ่งเพิ่งกลับมาจากศึกษาต่อที่ประเทศออสเตรเลีย สาเหตุที่ฆ่าแค้นที่ผู้ตายทวงเงิน 1300 บาท ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยจุดแรกที่นัดพบกันบริเวณตลาดเกษตร ต.แก่งเลิงจาน อ.เมือง แต่การเจรจาทวงเงินไม่สามารถตกลงกันได้ ผู้ต้องหาจึงขี่รถจักรยานยนต์หนีไปตามถนนพบายพาส ผู้ตายขี่ตามไปจนถึงที่เกิดเหตุทางโค้งจากนั้นได้จอดรถคุยกันข้างทาง แต่รถที่สัญจรไปมามีจำนวนมาก ทั้งคู่จึงแวะเข้าไปคุยกันยังจุดเกิดเหตุ  นายศักดามีสีหน้าไม่สะทกสะท้าน ให้การถึงขั้นตอนสังหารว่า ผู้ตายนั่งอยู่บนรถจักรยานยนต์ ผู้ต้องหาจึงฉวยโอกาสคว้าเชือกที่ตกอยู่บริเวณนั้นรัดคอผู้ตายทางด้านหลังพร้อมกระชากอย่างแรง จนตกลงมายังพื้นทำให้ศรีษะกระแทกพื้น หลังจากรัดคออยู่ประมาณ 5 นาทีผู้ตายเสียชีวิต จึงเหวี่ยงร่างผู้ตายลงไปข้างทางซึ่งเป็นพงหญ้า หลังพบว่าเสียชีวิตแล้วจึงเก็บโทรศัพท์มือผู้ตายที่ตกอยู่ไปด้วย จากนั้นขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปยังสี่แยกแก่งเลิงจาน พอถึงบริเวณตรงข้ามโรงสีข้าวทิ้งเชือกที่รัดคอไว้ เป็นจุดสุดท้ายที่ทำแผน

สำหรับสาเหตุที่เจ้าหน้าที่ตำรวจรีบทำแผนในช่วงเช้ามืด เนื่องจากหวั่นว่าจะเกิดความวุ่นวาย เพราะคาดว่าจะมีประชาชนมาดูจำนวนมาก เพราะเป็นคดีที่ประชาชนชาวมหาสาราคามให้ความสนใจ

พ.ต.ท.วุฒ ศรีวิลัย รองผกก.สส. สภ.เมืองมหาสารคาม กล่าวว่า หลังทำแผนประกอบคำรับสารภาพเสร็จ วันนี้จะนำตัวผู้ต้องหาส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดมหาสารคาม 12 วัน สำหรับข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาแล้วได้แจ้งข้อหาลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะในเวลากลางคืน รวม 2 ข้อหา

ที่มา>>>ข่าวสด

สยองที่ตราด! หนุ่มใหญ่ควบจยย.แหกโค้งชนกระบะ รถตามหลังทับซ้ำดับคาที่

เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 4 ก.ค. ศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 สภ.เมืองตราด รับแจ้งเหตุรถยนต์และรถจักรยานยนต์ชนกันมีผู้เสียชีวิต บริเวณหน้าวัดสุวรรณมงคล ถนนสายตราด-แหลมงอบ ต.หนองเสม็ด อ.เมือง จึงประสาน ร.ต.อ.บุญมา ทาทอง ร้อยสภ.เมืองตราด แพทย์โรงพยาบาลตราด และเจ้าหน้าที่กู้ภัยตราด ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบศพนายวิรา แสงจันทร์ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 89 ม.8 ต.คลองใหญ่ อ.เมือง จ.ตราด สภาพศพนอนคว่ำหน้า กะโหลกศีรษะแตก กางเกงขาด และพบชิ้นส่วนกะโหลกศีรษะ สมอง ห่างไป 30 เมตร พบรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า มีโอ สีขาว ทะเบียน กฉน 751 ตราด พังเสียหายทั้งคัน ส่วนรถคู่กรณีเป็นรถกระบะซูซูกิ ทะเบียน บฉ 7524 ตราด สภาพด้านขวาเสียหาย ทราบชื่อคนขับคือนายสุริยัน พู่โต๊ะยา อายุ 26 ปี พักอาศัยอยู่ตำบลน้ำเชี่ยว อ.แหลมงอบ จ.ตราดนายสุริยัน กล่าวว่า ขับรถบรรทุกอาหารทะเลสดมาเต็มคันรถ กำลังมุ่งหน้ากลับบ้าน ต.น้ำเชี่ยว โดยมาด้วยกันทั้งหมด 4 คัน รถตนเป็นคันแรก เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้ง รถจักรยานยนต์คู่กรณีขี่มาด้วยความเร็วแล้วแหกโค้งพุ่งชนรถของตน แล้วร่างคนขับกระเด็นตกถนน ถูกรถที่ขับตามหลังชนซ้ำจนเสียชีวิต ด้านร.ต.อ.บุญมา ทาทอง ร้อยสภ.เมืองตราด ตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบเพียงรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ชนเท่านั้น แต่รถยนต์ที่ชนนายวิรานั้นหลบหนีไป ทั้งนี้ สอบปากคำผู้ที่เห็นเหตุการณ์ทราบว่า นายวิราขี่รถออกมาจากร้านคาราโอเกะหนึ่งใกล้ๆ ที่เกิดเหตุด้วยความเร็ว ก่อนเสียหลักแหกโค้งชนรถยนต์และถูกชนซ้ำเสียชีวิตดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

ล้อเหยียบร่างดับสยอง!! ยายขี่จยย.ติดไฟแดง-รถบรรทุกออกตัวทับเละ

 เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 1 ก.ค. พ.ต.ท.บำรุง แนบชิดชัย สารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองหนองคาย ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุที่บริเวณสี่แยกไฟแดง ร.ส.พ. ว่ามีรถบรรทุกเทรลเลอร์ทับคนขับจยย.ได้รับบาดเจ็บสาหัสเป็นตายเท่ากัน 1 ราย  จึงออกตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างคงคาธรรมสถานหนองคาย วีอาร์กู้ภัยหนองคาย ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟไอ 110 สีแดงขาว หมายเลขทะเบียน 1กข 2672 หนองคาย ล้มคะแคงอยู่กลางสี่แยก ใกล้กันพบ นางสุภาพร ศักดิ์ศิริไพศาลศิลป์ อายุ 68 ปี อยู่ ม.5 ต.โพธิ์ชัย อ.เมือง หนองคาย ศีรษะแตก นอนจมกองเลือดอาการสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยปั๊มหัวใจและเร่งช่วยเหลือ ก่อนนำส่ง รพ.หนองคาย แต่นางสุภาพร ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา คู่กรณีเป็นรถบรรทุกเทรลเลอร์ ยี่ห้อ Volvo สีขาว หมายเลขทะเบียน 72-5197 ชลบุรี ส่วนพ่วงท้ายหมายเลขทะเบียน 72-3895 ชลบุรี โดยมีนายเพชรมะณี  เสมาลา อายุ  50 ปี เลขที่ 36 ม.2 ต.นาราชควาย. อ.เมือง จ.นครราชสีมา เป็นคนขับ ยืนรอพนักงานสอบสวนอยู่ข้างรถ จากการสอบถามนายเพชรมะณี ทราบว่า ตนขับรถออกจากตัวเมืองหนองคาย มุ่งหน้าเข้าจังหวัดอุดรธานี จอดรถติดไฟแดงตามปกติ โดยไม่ทันเห็นว่ามี รถจักรยานยนต์ มาจอดติดไฟแดงอยู่ข้างๆ พอไฟเขียวตนก็ขับรถออกไป ได้ยินเสียงรถคันหลังบีบแตรยาว ตนมองกระจกหลัง และพบว่ารถของตนเหยียบ จยย. จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงขับชิดซ้าย และจอดตรวจสอบรถของตน พบว่าบริเวณยางล้อหน้าด้านซ้ายมีร่องรอยการเฉี่ยวชน จึงยืนรอเจ้าหน้าที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนสาเหตุและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ฝนถล่มเชียงใหม่ หลายพื้นที่น้ำท่วม-ดินถล่มทับบ้านเรือนรถยนต์จมใต้ดิน

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 30 มิ.ย. นายไพรินทร์ ลิ่มเจริญ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ (ปภ.จ.เชียงใหม่) กล่าวว่า ตนได้รับรายงานหลังจากเกิดฝนตกตลอดทั้งคืนของวันที่ 29-30 มิ.ย.ที่ผ่านมา เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและท่วมไร่นาประชาชนในหมู่บ้านแม่มูด ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ สำรวจพบบ้านเรือนประชาชนเสียหายจำนวน 20 หลังคาเรือน น้ำป่าได้ไหลหลากเข้าบ้านเรือนประชาชนในช่วงเวลา 01.00 น.ของเช้าวันนี้ อีกทั้งน้ำป่าไหลยังได้ไหลมาร่วมกับน้ำในลำน้ำแม่มูดทำให้ลำน้ำแม่มูดสูงขึ้นแล้วไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนจำนวน 20 หลังคาเรือนได้รับความเสียหาย รวมทั้งบ้านนายก อบต.แม่วินก็ได้รับความเสียหายด้วยทั้งนี้ ทรัพย์สินของชาวบ้านที่เสียหายประกอบด้วยชาวบ้านในหมู่ 6 หมู่ 7 หมู่ 9 หมู่ 11 และหมู่ 15 ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ โดยเสียหายหนักที่สุดคือบ้านแม่มูด หมู่ 6 ต.แม่วิน เพราะรับกระแสน้ำเต็มๆ เบื้องต้นสำรวจพบประมาณ 20 ครัวเรือนเสียหายทั้งหลัง ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าโทรทัศน์สี ตู้เย็น เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นถูกพัดออกมานอกบ้านเสียหายทั้งหมด กระแสน้ำดังกล่าวยังพัดพารถจักรยานยนต์และรถยนต์บางคันลอยออกไปนอกบ้าน ชาวบ้านในพื้นที่ต้องช่วยกันขนย้ายเด็กและคนชรา และเก็บทรัพย์สินที่พอเก็บได้ โดยบ้านผู้ประสบภัยหนึ่งในนั้นคือ นางเกศรินทร์ ตุ่นแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่วินก็ไรับผลกระทบจากน้ำป่าครั้งนี้ด้วยนางเกศรินทร์ ตุ่นแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่วิน  เปิดเผยว่า กระแสน้ำดังกล่าวนอกจากจะทำลายทรัพย์สินบ้านเรือนประชาชาชนแล้ว ยังพัดทำลายสะพานบ้านแม่มูดขาด และสะพานบ้านแม่หยวก จนขาดทำให้ประชาชนพื้นที่บนดอยไม่สามารถใช้รถสัญจรลงมาพื้นด้านล่างได้ เบื้องต้นได้ขอประสานความช่วยเหลือจากเทศบาล อบต.อื่นในพื้นที่อำเภอแม่วาง ในการใช้รถน้ำทำความสะอาดโคลนจำนวนมากที่น้ำพัดพามา และสำรวจซ่อมแซมสะพานเพื่อให้ได้ใช้ในการสัญจรได้ก่อนส่วนที่ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ เกิดน้ำป่าไหลหลากลำน้ำแม่แจ่ม เข้าท่วมสวนไร่นาของชาวบ้าน นายทศพล เผื่อนอุดม นายอำเภอแม่แจ่ม สั่งกำนันผู้ใหญ่แจ้งเตือนชาวบ้านตลอดแนวแม่น้ำแจ่ม พร้อมสำรวจความเสียหาย ได้รับรายงานว่า น้ำป่าเอ่อเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตรของชาวบ้านอยู่ติดกับริมแม่น้ำ ซึ่งน้ำได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ให้ประชาชนที่อาศัยริมลำน้ำแม่แจ่มเตรียมพร้อมรับมือและสำรวจพื้นที่ความเสียหาย โดยเฉพาะพื้นที่ทำสวน ทำไร่และที่นา ที่อยู่ริมน้ำ รวมทั้งเกษตรกรที่ปลูกพืชผลทางการเกษตรที่กำลังปลูกไว้มีความเสียหายเกิดขึ้นให้แจ้งผู้ใหญ่บ้านและกำนันรวมทั้ง อปท.ใกล้บ้านทันทีเพื่อจะได้ช่วยเหลือต่อไป

ส่วนที่ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นยอดดอยสูง และมีเขาหัวโล้นจำนวนมาก จากที่มีนายทุน และชาวบ้านบุกรุกทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง “ดอยม่อนแจ่ม” และที่บนดอยโป่งแยง ทำให้ดินบนยอดดอยไม่สามารถเก็บน้ำฝนไว้ได้เกิดทรุดตัวลงมาทับบ้านเรือนประชาชนและทับรถยนต์ชาวบ้านได้รับความเสียหาย

ซึ่งเหตุเกิดเมื่อเวลา 02.00 น.ของวันที่ 30 มิ.ย.2559 หลังจากที่เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องกันมาหลายวันทำให้เกิดดินสไลด์ทับบ้านของนายเกษม โกยทา เลขที่36/3ม.4 บ้านกองแหะ ต.โป่งแยง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่ทำให้ตัวบ้านเสียหาย และมีรถยนต์ 1คัน รถจักรยานยนต์ 3 คันจมอยู่ใต้ดินโคลน  ทางเจ้าหน้าที่ของ อบต.โป่งแยงได้เข้าทำการช่วยเหลือ ล่าสุดนายภาษเดช หงส์ลดารมภ์ นายอำเภอแม่ริมได้เข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อประเมินสถานการณ์ต่อไป.

ที่มา>>>ข่าวสด

ชายชราถูกรถชนบาดเจ็บ-นอนหนาวกลางฝน หมอหนุ่มโดดเข้ารักษา-ชาวบ้านแห่ช่วย

 เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 21 มิ.ย. พ.ต.ท.พศวัต ศิริพรนพคุณ สว.สอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบรี รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนคนเดินข้ามถนน ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณหน้า สภ.เมืองพัทยา ม.9 ต.หนองปรือ จ.ชลบุรี หลังรับแจ้ง จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยา รีบรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบชายชรา ทราบชื่อภายหลัง คือ นายอำพร เขาแก้ว อายุประมาณ 60-65 ปี อาชีพหาบเร่ขายของอยู่บริเวณชายหาดพัทยา ถูกรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนได้รับบาดเจ็บ นอนอยู่กลางถนน ท่ามกลางสายฝน อยู่ในอาการหนาวสั่น พบ นพ.พีรวัศ กาญจนเบญจา แพทย์แผนกทั่วไปของโรงพยาบาลเมืองพัทยา ช่วยตรวจสอบอาการผู้บาดเจ็บและทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมนำผ้าห่มที่ติดรถลงมาคลุมบรรเทาความหนาวให้กับชายชราผู้ประสบเหตุ โดยมีพลเมืองดีทีอยู่ในละแวกใกล้เคียง ช่วยกันกางร่มกันฝนที่เริ่มตกแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ มาถึงจึงเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลบางละมุง สอบถาม นพ.พีรวัศ กาญจนเบญจา เล่าว่า ในขณะที่กำลังขับรถกลับที่พัก หลังจากออกเวร จนกระทั่งผ่านบริเวณจุดเกิดเหตุ พบว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้น ซึ่งผู้บาดเจ็บเป็นคนชรา นอนแน่นิ่งอยู่กลางถนน เนื้อตัวเปียกปอน แต่ยังไม่มีเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ จึงรีบหยุดรถเข้าข้างทาง ลงมาตรวจสอบ ช่วยปฐมพยาบาลพร้อมกับแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ เพื่อนำส่งโรงพยาบาลดังกล่าว เบื้องต้น นายอำพร เขาแก้ว ผู้บาดเจ็บ อยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ซึ่งขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว ส่วนคู่กรณีทราบว่าเป็นคนขับขี่วินจยย.รับจ้าง ทราบชื่อ คือ นายสมเกียรติ กาเหว่าทอง อายุ 51 ปี พร้อมให้การช่วยเหลือและชดใช้ค่าเสียหายกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

อือฮา!สาวเทศบาลเข้าป่าวันหยุดเจอเห็ดเผาะยักษ์ 3 ลูกไซส์เท่าไข่เป็ด

 เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. นางจุราภรณ์ ศรีวงค์ พนักงานเทศบาลตำบล (ทต.) บ้านต๊ำ อ.เมือง จ.พะเยา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ตนกับเพื่อนบ้านจากบ้านต๊ำออกจากบ้านตั้งแต่ 05.00 น. เดินทางด้วยรถจักรยานยนต์ เพื่อออกไปหาเก็บเห็ดเผาะที่ป่าบ้านภูเงิน หมู่ 13 ต.แม่ปืม อ.เมือง จ.พะเยา ซึ่งจากบ้านไปถึงป่าบ้านภูเงินใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง ถึงป่าที่หมายเวลา 08.00 น. เริ่มเข้าป่าไปหาเห็ดเผาะ การเดินทางเป็นไปอย่างลำบาก เพราะทางเป็นถนนลูกรัง ข้ามลำห้วยมีหินก้อนใหญ่กระจายเต็มตลอดทาง หากขับขี่รถไม่ระวังก็จะล้มได้รับอันตรายทันที แต่เพราะเป็นคนชอบทานเห็ดเผาะและชอบเข้าป่าหาเห็ดจึงไม่ยอมแพ้ความลำบาก นางจุราภรณ์ กล่าวต่อว่า เมื่อถึงป่าที่เป็นแหล่งเห็ดเผาะแล้ว ก็แยกกับเพื่อนบ้านออกไปหาเห็ดเผาะคนละทางต่างคนต่างหา ปรากฏว่าเพื่อนบ้านไปพบดินที่พูนสูงขึ้นมาเล็กน้อย คนที่รู้แหล่งที่อยู่ของเห็ดเผาะก็จะรู้ทันทีว่าเป็นดินที่อยู่ของเห็ดเผาะ จึงขุดดินออกอย่างเบามือและก็จะพบว่ามีเห็ดเผาะซุกอยู่ในดิน 3 ลูก แต่พบว่าเป็นเห็ดเผาะขนาดใหญ่ คิดว่าใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบเห็นมา ตนเก็บได้ประมาณ 2-3 กิโลกรัม เพื่อนบ้านก็ได้ใกล้เคียงกัน ทุกคนเห็นก็รีบพากันใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพเก็บเป็นหลักฐาน วางเห็ดเผาะที่พบในจุดเดียวกัน 3 ลูก ก็ใหญ่เต็มฝ่ามือ พอกลับถึงบ้านนำไปเทียบกับขนาดไข่เป็ดและหัวหอม จึงเป็นเห็ดเผาะที่ใหญ่ที่สุดที่เคยพบเห็นมา แต่เป็นเห็ดเผาะที่ยังไม่แก่จัด เปลือกสีขาว ภายในสีขาวเริ่มจะเป็นสีเทา แต่ยังใช้ทำอาหารได้อร่อยมาก “เห็ดเผาะที่ภูเงินจะเป็นพื้นที่เห็ดเผาะออกช้าที่สุดในจังหวัดพะเยา เพราะเป็นคนชอบทานและเก็บเห็ดเผาะ จึงรู้ว่าแหล่งไหนมีเห็ดเผาะออกช้าหรือเร็ว ในจังหวัดพะเยาเห็ดเผาะจะมีออกตลอดช่วง 3 เดือน คือเมษายน-มิถุนายนของทุกปี ปลายเมษายนเริ่มมีฝนตกเห็ดเผาะจาก อ.ปง และอ.เชียงม่วน จะออกก่อน จากนั้นจะเป็นเห็ดในพื้นที่ อ.แม่ใจ อ.เมือง อ.เชียงคำ และภูซาง ออกยาวจนถึงมิถุนายน ซึ่งจะมีเฉพาะป่าที่ไม่มีสารพิษหรือสารเคมีใดๆ เป็นป่าบริสุทธิ์และมีใบไม้ทับถมมีร่องรอยของไฟป่า คือแหล่งที่พบเห็ดเผาะออกเป็นประจำทุกปี ถ้ารักษาป่าดีจะมีเห็ดป่าได้กินตลอดไป” นางจุราภรณ์ กล่าว และว่า ขณะนี้เนื่องจากเห็ดเผาะเริ่มมีอายุมาก ใกล้แก่แต่ยังไม่แก่จัด จึงทำให้ราคาเริ่มลดลง เหลือกิโลกรัมละ 120-150 บาท

ที่มา>>>ข่าวสด

มอเตอร์ไซค์สุดจ๊าบ! หนุ่มกรีดยางหัวศิลป์ ใช้ปีกไม้ตกแต่ง เบาะยกได้

หนุ่มฉวางอาชีพกรีดยาง แต่มีหัวทางศิลป์ หยิบเศษไม้ปีกไม้ใกล้มือ มาตกแต่งรถจยย.คันเก่าที่ผุพัง ทำออกมาแล้วดูสวยงามคลาสสิก ใครเห็นเป็นต้องมองเหลียวหลัง คุยเบาะรถสุดพิเศษ ทำให้ยกขึ้นเติมน้ำมันได้ด้วย…

เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ผู้สื่อข่าว จ.นครศรีธรรมราช ได้พบหนุ่มใหญ่คนหนึ่งจอดรถจักรยานยนต์ที่ใช้เศษไม้ตกแต่งอย่างสวยงามและแปลกตา มีคนมุงดูอยู่หลายคน จึงจอดรถลงไปพูดคุยด้วยจาก จยย.คู่ชีพที่เก่าพุพัง กลายมาเป็นจยย.ใหม่ ที่มีแต่ใครๆก็มอง

ทราบว่า เจ้าของรถสุดแปลกคนนี้ ชื่อนายสมเกียรติ อุดม อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32/3 หมู่ 3 ต.กะเปียด อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช อาชีพกรีดยาง เล่าว่าตนซื้อรถจักรยานยนต์คันนี้มาหลายปีแล้ว นำมาใช้บรรทุกน้ำยางลงจากสวน จนสภาพรถผุพังหากจะนำไปซ่อมใหม่ก็ต้องใช้เงินมาก ด้วยความที่ตัวเองเป็นช่างไม้อยู่ด้วย จึงเกิดแนวคิดเอาเศษไม้ปีกไม้ที่เก็บจากสวนนำมาประกอบ พอทำแล้วก็เห็นว่าสวยดีจยย. สุดคลาสสิค ใช้ปีกไม้มาตกแต่ง ที่ จ. นครศรีธรรมราช

ลายไม้ที่ดูทำง่ายๆ แต่มีความสวยงาม จากมันสมองหนุ่มกรีดยาง

นายสมเกียรติ หนุ่มอาชีพกรีดยางแต่มีหัวทางศิลปะรายนี้ กล่าวด้วยว่า จากนั้นจึงไปหาไม้ที่มีลายสวยๆ นำมาตกแต่งรถทั้งคัน ทั้งโช้คอัพ ที่นั่ง บังโคลน ที่พิเศษคือเบาะนั่งสามารถยกขึ้น เพื่อเติมน้ำมันได้ด้วย ตอนนี้ยังเหลือแค่ไฟหน้ากับไฟท้าย ทำเสร็จเรียบร้อยเมื่อไหร่ จะนำออกมาโชว์ให้ดูอีกครั้ง. โฉมหน้า หนุ่ม อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช มีหัวทางศิลป์ หยิบเศษไม้ มาแต่งรถจยย

ที่มา>>>Thairath