ดวลกันดุเดือด โจรปล้นรถกลางปั๊ม เจอเจ้าของคว้าปืนกลยิงสวน-หนีกระเจิง (คลิป)

เว็บไซต์ เดลี่สตาร์ ของอังกฤษเผยภาพกล้องวงจรปิดเหตุยิงระทึกบริเวณปั๊มน้ำมันในรัฐจอร์เจีย ทางตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา  ขณะที่ผู้ชายผมบลอนด์เดินออกมาจากร้านสะดวกซื้อแล้วกลับไปขึ้นรถเก๋งคันสีดำที่จอดในปั๊มน้ำมัน จู่ๆ ผู้ชายที่เดินวนเวียนกับพรรคพวกเดินตามมาแล้วชักปืนหวังชิงทรัพย์ แต่หนุ่มผมบลอนด์เปิดประตูรถอย่างช้าๆ แล้วคว้าปืนลูกซองกึ่งอัตโนมัติเล็งคนร้ายซึ่งล้มลงไปแล้วเดินรอบรถเก๋งก่อนยิงสวนมา  เจ้าของรถจึงรัวกระสุนโต้กลับ จนคนร้ายและพวกหลบหนีไปหลังเกิดเหตุ ผู้หญิงที่นั่งรถมาด้วยถูกกระสุนยิงเข้าที่หัวไหล่ ถูกนำส่งรักษาที่โรงพยาบาล โดยแพทย์อนุญาตให้ผู้บาดเจ็บกลับไปพักฟื้นที่บ้านแล้ว จากการสอบสวนทราบว่า เจาของรถให้การตรงตรามพยานหลักฐาน คือ ภาพกล้อวงวงจรปิด ส่วนสาเหตุยังอยู่ระหว่างการสอบสวน

ที่มา>>>ข่าวสด

น้ำนองปทุมฯ! ถนนหน้าม.กรุงเทพอ่วมหนัก รถติด-ชาวบ้านถอดรองเท้าเดินลุยน้ำ

วันที่ 18 ก.ค. ที่จ.ปทุมธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงดึกหลังจากพายุฝนได้ซัดกระหน่ำหลายพื้นที่ของจังหวัด ปรากฏว่าเกิดน้ำท่วมขังถนนพหลโยธินขาออกช่องทางคู่ขนานหน้ามหาวิทยาลัยกรุงเทพ ม.5 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ระดับน้ำ 40-50 เซนติเมตร ทำให้รถที่สัญจรต้องชะลอตัว และในซอยรังสิตภิรมย์มีน้ำท่วมขังตลอดทั้งซอย นักศึกษาที่อยู่หอพักในซอยดังกล่าวเดินทางด้วยความยากลำบาก รถยนต์และรถจักรยานยนตร์จอดเสียเป็นจำนวนมากซึ่งไฟฟ้าได้ดับมาเป็นเวลากว่า 2 ชั่วโมง ปั๊มน้ำมันต้องหยุดให้บริการ ส่วนถนนพหลโยธินขาเข้าช่องทางคู่ขนานตรงมหาวิทยาลัยกรุงเทพ รังสิต มีน้ำท่วมขัง 20-30 เซนติเมตร พ่อค้าไส้กรอกรายหนึ่ง เผยว่า เวลามีฝนตกน้ำจะท่วมอย่างนี้ประจำโดยเฉพาะหน้าม.กรุงเทพ น้ำท่วมขังสูงมาก วันนี้พายุฝนตกมาแค่ 1 ชั่วโมงน้ำก็ท่วมขังแล้วทำให้นักศึกษาและประชาชนต้องถอดรองเท้าลุยน้ำทุกครั้งที่มีฝนตกลงมา แต่ก็ได้มีเจ้าหน้าที่แขวงการทางปทุมธานีนำเครื่องสูบระบายน้ำ ซึ่งช่วยบรรเทาปัญหาได้มาก

ที่มา>>>ข่าวสด

รวบแล้วพ่อค้ายำยิงกรอกปากผจก.ตลาดนัดหัวหิน รับแค้นที่ถูกด่ามานานนับปี

 เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 ก.ค. พ.ต.อ.สิทธิชัย ศรีโสภาเจริญรัตน์ ผกก.สภ.หัวหิน พร้อมด้วย พ.ต.ท.เสมอ อยู่สำราญ รอง ผกก.สภ.หัวหิน และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ควบคุมตัวนายปรีชา หรือ ต้อ นทีปราการ พ่อค้าขายอาหารยำภายในตลาดนัดไดโนเสาร์ หลังจากที่นายปรีชาก่อเหตุจ่อยิง นายสุวัฒน์ หรือเก่ง ปิงเมือง ผู้จัดการตลาดนัดไดโนเสาร์ กระสุนเข้าที่ปากอาการสาหัส เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 9 ก.ค. ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของพ่อค้าแม่ค้าตลาดนัด และชาวบ้านที่กำลังเลือกซื้ออาหารอยู่เป็นจำนวนมาก ก่อนที่นายเก่งจะไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลหัวหิน เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น.วันที่ 10 ก.ค. โดยนำตัวผู้ต้องหามาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ตามกลางญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ที่มารอดูการแถลงข่าวที่บริเวณด้านหน้า สภ.หัวหิน โดยมีการวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุความวุ่นวาย โดยหลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าว ทางญาติผู้เสียชีวิตมอบดอกไม้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอบคุณที่สามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้สำเร็จ จากนั้นควบคุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่บริเวณตลาดนัดไดโนเสาร์ ทั้งจุดจอดรถและจุดที่จ่อยิงนายเก่งจนเสียชีวิต ท่ามกลางไทยมุงจำนวนมาก แต่ไม่มีเหตุวุ่นวายใดๆเกิดขึ้น พ.ต.อ.สิทธิชัย ศรีโสภาเจริญรัตน์ ผกก.สภ.หัวหิน กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบเนื่องจากเป็นคดีสะเทือนขวัญประชาชน พร้อมทั้งกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.หัวหิน เร่งรัดติดตามตัวผู้ต้องหา โดยได้สนธิกำลังกับ พ.ต.อ.ชินวร เจียห์สกุล ผกก.สส.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ และทีมสืบสวน ก่อนสามารถติดตามจับกุมตัวนายต้อได้ที่บ้านญาต ในพื้นที่เขตรังสิต กรุงเทพฯ โดยชนวนเหตุในครั้งนี้มาจากเหตุทะเลาะวิวาทส่วนตัว โดยหลังก่อเหตุนายปรีชานำอาวุธปืนลูกซองสั้น ไม่มีทะเบียน ที่อ้างว่าเป็นของเพื่อน ไปโยนทิ้งในพงหญ้าริมถนนบายพาส พื้นที่ อ.ชะอำ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจนำกำลังไปค้นหาอาวุธปืนแล้วครั้งหนึ่งแต่หาไม่พบ จากนั้นผู้ต้องหาขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า ซูเมอร์เอ็กซ์ ป้ายแดง ไปจอดไว้ที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.ลุงเท่ง ที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี แล้วขึ้นรถตู้ไปกลบดานที่บ้านญาติในกรุงเทพฯ กระทั่งถูกจับกุมตัวได้ในที่สุด ด้านนายปรีชา ให้การรับสารภาพว่า ตนกับภรรยาประกอบอาชีพขายอาหารประเภทยำทุกชนิด ตามตลาดนัดต่างๆ ในตัวเมืองหัวหินซึ่งขายดี เพราะภรรยาเป็นคนทำอาหารอร่อย มีลูกค้าประจำจำนวนมาก ส่วนสาเหตุของการลั่นไกในครั้งนี้ เกิดจากตนทนไม่ไหวที่ถูกนายเก่งหาเรื่องด่าทอ และท้าทายมานานนับปี แม้พยายามหลีกเลี่ยงหลายครั้ง เพราะไม่อยากมีปัญหากับผู้ตาย จนไม่สามารถขายของที่ตลาดนัดได้

จนกระทั่งก่อนเกิดเหตุนายเก่งที่ชอบดื่มสุรามีอาการมึนเมา มาหาเรื่องด่าทอที่ร้านตน เรื่องที่ตนตอกตะปูร้านมีตะปูหล่น เมื่อพูดกันไม่รู้เรื่องก็เกิดชกต่อยกันขึ้น กระทั้งวันเกิดเหตุก็ยังเกิดเขม่นกันอีก ทำให้ตนทนไม่ไหวเกิดบันดาลโทสะ ตัดสินใจกลับบ้านไปนำอาวุธปืนลูกซองสั้น ไม่มีทะเบียน ที่ขอยืมเพื่อนไว้ ใส่รถจักรยานยนต์มายังตลาดนัด เพื่อหวังจะจบปัญหาทั้งหมด ก่อนพบผู้ตายยืนอยู่ด้านหน้าร้านไก่ย่างริมทางเดินในตลาดนัด ตนจอดรถจักรยานยนต์ริมถนนแล้วเดินเข้าไปหานายเก่ง ก่อนใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นจ่อยิงเข้าที่ปากไป 1 นัด จนนายเก่งล้มลงกองกับพื้นดิน แล้วตนก็หันหลังกลับมาขึ้นรถจักรยานยนต์ขับหนีออกทางถนนบายพาส โดยที่ไม่ทราบว่านายเก่งจะเสียชีวิตหรือไม่ เมื่อไปถึงกรุงเทพฯ ก็คิดได้ว่าทำผิด จึงพยายามติดต่อเพื่อขอมอบตัวกับตำรวจท่านหนึ่ง ที่รู้จักและทำงานอยู่ที่ สภ.หัวหิน แต่ยังไม่ทันเดินทางเข้ามอบตัว ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุมเสียก่อน

ที่มา>>>ข่าวสด

เปิดคลิปไอ้หื่น ข่มขืนสาวในห้องน้ำสาธารณะเคยโดนจับได้หื่นในห้องน้ำปั๊มมาก่อน (คลิป)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล 5 (บก.น.5) โพสต์เฟซบุ๊กประชาสัมพันธ์ภาพจากกล้องวงจรปิดขณะคนร้ายเพศชาย มีรูปพรรณสัญฐาน ทรงผมสั้น ผิวดำ-แดง ผอม สูงประมาณ 170 เซนติเมตร สวมเสื้อยืดคอกลม สีดำ นุ่งกางเกงยีนส์ขายาว หิ้วกระเป๋าแบบสะพายข้าง กำลังเดินออกมาจากห้องน้ำสาธารณะแห่งหนึ่ง บริเวณแยกบางนา ซอยสรรพาวุธ 1 แขวงและเขตบางนา กทม. หลังก่อเหตุข่มขืนนักศึกษาสาวจนสำเร็จความใคร่ก่อนลงมือชิงทรัพย์เหยื่อ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ที่ผ่านมา

โดยตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหาซึ่งถูกออกหมายจับแล้ว นายเอกพล แซ่เตียว อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 43 หมู่ 4 ต.บ้านเป้า อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์  โดยจากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของนายเอกพล พบว่าเมื่อช่วงปลายเดือน พ.ค. ปี 56 เคยแอบส่องผู้หญิงขณะทำธุระส่วนตัวภายในห้องน้ำของปั๊มน้ำมันเอสโซ่  ตั้งอยู่บริเวณริมถนนเทพารักษ์ อ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นมีพลเมืองดีสามารถช่วยกันจับตัวเอาไว้ได้พร้อมทั้งถ่ายคลิปวีดีโอและแชร์ลงบนโลกสังคมออนไลน์ โดยถ่ายระหว่างหลังเกิดเหตุขณะที่รอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ มาควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไปดำเนินคดีทางกฎหมายผู้กระทำความผิดกลับใช้จังหวะที่พลเมืองดีเผลอรีบวิ่งหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งระหว่างที่ควบคุมตัวชายคนดังกล่าวไว้ พลเมืองดียังได้พูดคุยว่า “อ้างว่าแอบดูเฉยๆ แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าจะทำอะไรหรือไม่” อีกด้วย นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ต้องหาเคยต้องโทษในคดี “ครอบครองยาเสพติด” อีกหลายท้องที่ประกอบด้วยในปี 54 ของพื้นที่สน.ประเวศ ปี 55 พื้นที่ สภ.สำโรงใต้ ปี 56และ57 พื้นที่สภ.สำโรงเหนือ

นากจากนี้ จากการตรวจสอบยังพบว่า มีคลิปกล้องวงจรปิดที่เกิดขึ้นย่านบางนาอีก โดยเกิดขึ้นในปี 2556 ซึ่งพบว่ามีชายคนหนึ่งเดินเข้าไปในห้องน้ำหญิง ปั๊มน้ำมันย่านบางนา ก่อนที่จะก้มลงดูที่ใต้ประตู เมื่อผู้หญิงรู้ตัวร้องขึ้นก็เดินออกไปอย่างใจเย็น ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าเป็นผู้ก่อเหตุคนเดียวกันหรือไม่อยู่ระหว่างการติดตาม

ที่มา>>>ข่าวสด

ดวงเฮง! ผัวเมียพ่อค้าสลากฯ ชาวด่านซ้าย ถูกรางวัลที่ 1 ได้ 24 ล้าน

ผัวเมียพ่อค้าลอตเตอรี่ ที่ อ.ด่านซ้าย จ.เลย ถูกรางวัลที่ 1 ได้รวม 24 ล้านบาท รีบไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี เผยเล็งนำเงินส่วนหนึ่งไปใช้หนี้สิน และเป็นทุนการศึกษาของลูกชาย 2 คน ที่เหลือแบ่งญาติทั้ง 2 ฝ่าย

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 2 มิ.ย.59 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งมี 2 ผัวเมียอาชีพขายลอตเตอรี่ เป็นชาวบ้านหมู่ 4 บ้านหนองหลวง ต.โคกงาม อ.ด่านซ้าย จ.เลย สุดเฮง ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 เลข 511825 งวดวันที่ 1 มิ.ย.59 จำนวน 4 ฉบับ รวม 24 ล้านบาท หลังทราบได้เดินทางไปที่บ้านหลังดังกล่าวทันที พบว่ามีญาติร่วม 20 คน มาแสดงความยินดีกับ นายวันชัย จันทกล อายุ 35 ปี และ นางโยพกา จันทกล อายุ 35 ปี สองผัวเมีย ที่ถูกรางวัลที่ 1 จำนวน 4 ฉบับ เป็นเงิน 24 ล้านบาท ซึ่งสองผัวเมียยังอยู่ในอาการที่ดีใจถูกรางวัลที่ 1นายวันชัย จันทกล อายุ 35 ปี และ นางโยพกา จันทกล อายุ 35 ปี สองผัวเมีย ที่ถูกรางวัลที่ 1

สุดเฮงถูกรางวัลที่ 1 ได้เงินรางวัลรวม 24 ล้านบาท

นายวันชัย กล่าวว่า ตนเองพร้อมภรรยา มีอาชีพขายลอตเตอรี่ แต่ละงวดจะไปขายที่ปั๊มน้ำมัน ปตท.บ้านพุแค จ.สระบุรี และเช่าบ้านอยู่แถวนั้น ก่อนหน้านั้นมีผู้ใหญ่ที่นับถือมาบอกว่างวดนี้ให้ซื้อเลข 25 ตนเองจึงได้ดึงลอตเตอรี่เลข 511825 จำนวน 4 ฉบับ ออกมาจากลอตเตอรี่ที่ขาย จนกระทั่งลอตเตอรี่ออกรู้ว่าถูกรางวัลที่ 1 แน่ๆ 1 ฉบับ แต่เมื่อตรวจดูอีกทีพบว่าถูกรางวัลที่ 1 จำนวน 4 ฉบับ เป็นเงิน 24 ล้านบาท รู้สึกดีใจมาก รีบแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี จากนั้นรีบเดินทางกลับบ้านที่ ต.โคกงาม อ.ด่านซ้าย จ.เลยสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 มิ.ย.59 จำนวน 4 ฉบับ

พ่อค้าลอตเตอรี่ดวงเฮง กล่าวด้วยว่า สำหรับเงินรางวัลจำนวน 24 ล้านบาท วางแผนไว้ว่าจะเอาส่วนหนึ่งไปใช้หนี้สิน และเป็นทุนการศึกษาของลูกชาย 2 คน อายุ 12 และ 17 ปี และอีกส่วนมอบให้ญาติฝ่ายภรรยา และญาติตนเองที่มีฝ่ายละกว่า 10 คน ส่วนที่เหลือจะเอาไปทำทุนอย่างอื่น ส่วนอาชีพขายลอตเตอรี่จะเลิกหรือเปล่านั้น คงต้องขอปรึกษากับครอบครัวก่อน

จากนั้น นายวันชัย พร้อมด้วยภรรยา และญาติ ได้เดินทางไปขึ้นเงินที่ธนาคารกรุงไทยสาขาด่านซ้าย โดยมีเจ้าหน้าที่ธนาคารทราบเรื่องก่อน ได้รอต้อนรับเศรษฐีใหม่.

ที่มา>>>Thairath

ระทึก รถบรรทุกน้ำมันตกข้างทาง เบนซินไหลนอง กู้ 10 ชม.ไม่สำเร็จ

รถบรรทุกน้ำมัน 40,000 ลิตร เสียหลักพลิกคว่ำริมถนนที่นครศรีธรรมราช จนท.ระดมกู้กว่า 10 ชั่วโมง ยังไม่สำเร็จ ต้องให้รถดับเพลิงฉีดน้ำหล่อเลี้ยงตลอดเวลา เพื่อป้องกันการระเบิด

เมื่อวันที่ 5 พ.ค. พ.ต.ท.พีระพงศ์ ยอดสุรางค์ สว.(สอบสวน) สภ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่เสียหลักพลิกคว่ำตกถนนสายทางพูน-โคกคราม ระหว่างหลัก กม.12-13 หมู่ 3 ต.ทางพูน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช จึงนำเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิใต้เต็กตึ๊งเขต อ.เฉลิมพระเกียรติ รถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลทางพูน รถดับเพลิงเทศบาลนครนครศรีธรรมราชรวม 3 คัน และนายธวัชชัย ศิวบวร หน.ปภ.นครศรีธรรมราช รุดไปที่เกิดเหตุในถังเป็นน้ำมันเบนซิน 95 จำนวน 6,000 ลิตร น้ำมันดีเซลจำนวน 34,000 ลิตร

พบรถบรรทุกน้ำมัน 22 ล้อ ของปั๊มน้ำมันนิทยาพาณิชย์ ยี่ห้ออีซูซุสีเทา หมายเลขทะเบียน 82-1431 นครศรีธรรมราช น้ำหนักรถทั้งคันประมาณ 50 ตัน เสียหลักพลิกคว่ำลงข้างถนน ที่สองข้างทางเป็นสวนปาล์มของชาวบ้าน โดยมีน้ำมันเบนซินรั่วไหลออกมาตลอดเวลา เจ้าหน้าที่จึงกันคนที่ไม่เกี่ยวข้องออกห่าง เพราะเกรงว่าจะเกิดอันตราย หากเกิดระเบิดขึ้น พร้อมประสานเจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้ามาทำการตัดกระแสไฟฟ้าบริเวณเสาไฟฟ้าใกล้ที่เกิดเหตุ เพื่อป้องกันการเกิดประกายไฟขึ้นมาฉีดน้ำเพื่อป้องกันน้ำมันระเบิดจากความร้อน

จากการตรวจสอบพบว่า รถคันเกิดเหตุได้บรรทุกน้ำมันมาทั้งหมด 40,000 ลิตร เป็นน้ำมันเบนซิน 95 จำนวน 6,000 ลิตร น้ำมันดีเซลจำนวน 34,000 ลิตร โดยมีน้ำมันเบนซินรั่วไหลออกจากถัง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ฉีดน้ำดับเพลิงใส่ถังน้ำมันรถตลอดเวลา เพื่อป้องกันการระเบิดเนื่องจากช่วงกลางวันอากาศร้อนจัด เกรงว่าถังน้ำมันจะเบิดขึ้นมาได้

จากนั้นได้ติดต่อรถเครนขนาดใหญ่จำนวน 2 คัน มาทำการกู้ยกรถน้ำมัน โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ฉีดน้ำเลี้ยงไว้ตลอดเวลา เพื่อกันการเกิดประกายไฟ แต่ปรากฏว่าหลังจากเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้ใช้ความพยายามอยู่นานกว่า 10 ชั่วโมง แล้วก็ยังไม่สามารถยกกู้รถน้ำมันที่พลิกคว่ำขึ้นมาได้สำเร็จ อยู่ในระหว่างการประสานผู้เชี่ยวชาญเข้าแก้ไขสถานการณ์ โดยหัวหน้า ปภ.นครศรีธรรมราช ได้แจ้งไปยังนายอำเภอเฉลิมพระเกียรติ เทศบาลทางพูน และ อปท.ใกล้เคียง เพื่อเตรียมความพร้อมรถน้ำดับเพลิงไว้ตลอด 24 ชั่วโมง จนกว่าจะกู้รถบรรทุกน้ำมันขึ้นมาได้นำรถเครนขนาดใหญ่มาช่วยยกรถบรรทุกน้ำมันขึ้นมาจากข้างทาง

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายสนิท ลุยจันทร์ อายุ 51 ปี ชาวบ้านหมู่ 9 ต.เชียรเขา อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นเจ้าของปั๊มน้ำมันและคนขับรถ ได้ขับรถบรรทุกน้ำมันมาพร้อมลูกน้อง 2 คน มีน้ำมันเต็มคันรถจากคลังน้ำมัน จ.สงขลา เพื่อไปส่งน้ำมันที่ปั๊มของตัวเอง อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช แต่ขณะขับยางล้อเกิดแตก 1 เส้น แต่ยังขับต่อไปได้ จึงขับด้วยความระมัดระวังมาเรื่อยๆ อย่างช้าๆ แต่พอมาถึงที่เกิดเหตุปรากฏว่า รถได้ตกไหล่ทางริมถนนซึ่งสูงประมาณ 1 เมตร ทำให้รถไถลเสียหลักพลิกคว่ำ โชคดีที่นายสนิทและลูกน้องไม่ได้รับบาดเจ็บ และรถไม่เกิดระเบิด แต่น้ำมันเบนซินยังรั่วไหลตลอดเวลา จึงอยู่ระหว่างการพยายามหาทางกู้รถของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ด้วยความระมัดระวังดังกล่าว.

ที่มา>>>Thairath