วัดดังทับสะแกใช้เหรียญบาททำผนังโบสถ์ 3 ล้าน 7 แสนเหรียญ ให้ปชช.ทำบุญติดเองด้วยมือ

เมื่อวันที่ 19 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วัดทุ่งเคล็ด ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 3 ต.นาหูกวาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ จากสำนักสงฆ์เล็กๆ บางช่วงถูกปล่อยรกร้าง มีพระธุดงค์เดินไปพบ และปักกลดจำศีล ชาวบ้านพบเห็นเกิดความศรัทธาจึงนิมนต์ให้ช่วยบูรณะสำนักสงฆ์ จนกระทั่งปัจจุบันมีศาสนะสถานหลายอย่าง กลายเป็นวัดทุ่งเคล็ดที่มีพุทธศาสนิกชนแวะเวียนเดินทางไปร่วมงานบุญต่างๆ โดยเฉพาะการสร้างอุโบสถหลังใหญ่ โดยนำเหรียญบาทมาทำฝาผนังเพื่อสร้างประวัติศาสตร์ พระอุโบสถเหรียญบาท แห่งแรกของในประเทศไทย ให้เป็นสถานที่พึ่งทางธรรมในอนาคต และดึงดูดให้ประชาชน นักท่องเที่ยว เข้าวัดทำบุญ โดยต้องใช้เหรียญบาท จำนวน 3 ล้าน 7 แสนเหรียญ201609191708588-20041020160007นายประสบโชค ชนะภัย ชาวบ้านทุ่งเคล็ด เปิดเผยว่า ในอดีตบริเวณที่ใช้สร้างวัดมีต้นเคล็ดอยู่กระจัดกระจายทั่วไป จึงมีชื่อเรียกหมู่บ้านว่า ทุ่งเคล็ด เมื่อประมาณ ปี 2509 เริ่มสร้างเป็นสำนักสงฆ์ โดยที่ดินบริเวณที่สร้างวัดส่วนหนึ่งเป็นที่ดินสาธารณะประโยชน์ของหมู่บ้าน โดยมีหลวงพ่อลาภเป็นเจ้าอาวาส ต่อมาหลาวงพ่อลาภได้สิ้นลง มีเจ้าอาวาสมาแทนหลายรูป และในช่วงหลวงพ่อสงวนเป็นเจ้าอาวาส ในปี 2537 นายเขียว แม่ชุบ ชนะภัย บิดามารดาของตนได้ถวายที่ดินส่วนหนึ่งให้สร้างวัด จึงย้ายสถานที่ตั้งสำนักสงฆ์เข้าไปด้านใน มีการสร้างศาลาหอฉันเป็นหลังแรกเพื่อให้พระภิกษุ และพุทธศาสนิกชนประกอบกิจกรรมทางพุศาสนา เมื่อหลวงพ่อสงวนสิ้น ไม่มีเจ้าอาวาสที่อยู่ประจำวัดจึงถูกปล่อยรกร้าง201609191708583-20041020160007ต่อมาชาวบ้านชาวบ้านพบว่ามีพระธุดงค์เดินมาปักกลด 1 องค์ เมื่อสอบถามทราบว่า มาจากวัดมะเดื่อทอง ชาวบ้านจึงนิมนต์ มาช่วยพัฒนาสำนักสงฆ์ตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมาและได้เริ่มมีการพัฒนาสำนักสงฆ์ได้อย่างรวดเร็ว มีการปรับปรุงศาลาหอฉันหลังเก่า สร้างกุฏิพระภิกษุสงฆ์จำนวน 18 หลัง เพื่อให้พระจำพรรษาและรับรองพระอาคันตุกะ สร้างมณฑปเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป จัดตั้งศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนเพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้มีการศึกษา สร้างโรงอบสมุนไพรเพื่อรักษาสุขภาพและรักษาโรคต่างๆ สร้างโรงครัว ที่พักสำหรับผู้เดินทางมารักษาศีล หรือทำกิจกรรมทางพุทธศาสนา สร้างฌาปนสถาน จนกระทั่งปี 2554 ได้รับการประกาศให้เป็นวัดทุ่งเคล็ด และพระอาจารย์ อาทิตย์ อิสระญาโน (ทรัพย์ประเสริฐ) พระนักพัฒนา ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส และเจ้าคณะตำบลนาหูกวาง201609191708587-20041020160007-copyนายประสบโชค กล่าวอีกว่า ก่อนมาเป็นวัดได้แบบนี้ พระอาจารย์ อาทิตย์ ได้สร้างคนให้เข้าใจในเรื่องของบาปบุญคุณโทษ เนื่องจากคนเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างวัดวาอาราม ทำให้พุทธศาสนิกชนเกิดความรู้ ความเข้าใจ ได้รับความร่วมมือในการทำนุปรับปรุง บำรุงสำนักสงฆ์ทำให้ประสบความสำเร็จได้พระอาจารย์ อาทิตย์ กล่าวถึงแนวคิดการสร้างอุโบสถหลังใหญ่ที่ใช้เหรียญบาทมาประดับทั้งหลังว่า ไปดูแบบอย่างโครงสร้างที่วัดพระรามเก้า โดยทำเรื่องของแบบแปลนจากสำนักพุทธจังหวัด เบื้องต้นคาดว่าจะใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 10 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ดำเนินการสร้างไปแล้ว 70 เปอร์เซ็นต์ มีโครงสร้าง ตัวเรือนโบสถ์ หลังคา โดยไม่เน้นลวดลายมากมาย เป็นโบสถ์เรียบๆ สีขาว ส่วนการใช้เหรียญบาท โดยส่วนตัวศรัทธาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาตั้งแต่เด็ก เลยมีแนวคิดประชุมคณะกรรมการวัด คณะสงฆ์ ใช้เหรียญกษาปณ์ ซึ่งเป็นเหรียญบาท ติดรอบโบสถ์ทั้งหลังโดยคาดว่าจะใช้ ทั้งหมดประมาณ 3,700,000 เหรียญ ซึ่งเมื่อวันแม่แห่งชาติ วันที่ 12 ส.ค. ที่ผ่านมา ได้รับเหรียญจากพุทธศาสนิกชนมาแล้วประมาณ 1 แสนเหรียญ ขณะนี้เริ่มติดแล้ว แต่ยังขาดเหรียญบาทอีกเป็นจำนวนมาก

จากการก่อสร้างอุโบสถ ได้รับความเมตาจาก หลวงพ่อโปร่ง โชติโก วัดถ้ำพรุตะเคียน จ.ชุมพร สนับสนุนงบประมาณจำนวน 1,500,000 บาท และมีพุทธศาสนิกชนทั้งในพื้นที่และต่างจังหวัดร่วมกันบริจาค โดยในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 นี้ ได้เตรียมจัดพิธียกช่อฟ้าอุโบสถ และประมาณปี 2562 น่าจะทำการปิดทองฝังลูกนิมิตได้

“สำหรับวัตถุประสงค์ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนที่เดินทางมานมัสการพระประธานในอุโบสถ ที่ติดเหรียญกษาปณ์ทั้งองค์แล้วยังได้เคารพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อีกทั้งอุโบสถเหรียญบาท จะเป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญในประวัติศาสตร์ของชาติไทย และจะมีการปรับสถานที่มีสวนหย่อม ต้นไม้ร่มรื่น สภาพภูมิทรรศ อิงพุศาสนาและคำสอนของพระพุทธเจ้า ซึ่งจะเป็นสถานที่พักผ่อน ที่พุทธศาสนิกชน พาลูกหลานมามาไหว้พระ เป็นแหล่งเรียนรู้ทางพุทธศาสนา สถานที่ปฏิบัติธรรมและที่พึ่งทางใจตลอดไปในอนาคต” พระอาจารย์ อาทิตย์ กล่าว

สำหรับการติดเหรียญบาทได้ใช้กาวอย่างดี และใช้กาวยาแนวอย่างดียาทับอีกรอบ จากนั้นขัดเงาเหรียญและเคลือบด้วยน้ำยาเคลือบเงา ซึ่งจะทำให้เหรียญคงทนยาวนาน ซึ่งขณะนี้เปิดให้พุทธศาสนิกชนร่วมบุญด้วยการนำเหรียญบาทมาติดเองด้วยมือคนละ 9 เหรียญ ในส่วนที่เหลือก็ถวายให้ทางวัดมอบให้ช่างทำการประดับ บางส่วนนำปัจจัยมาถวายเพื่อให้ทางวัดไปเปลี่ยนเป็นเหรียญ หรือบางคนโอนเงินมาบริจาค คิดเล่นๆว่า ถ้าได้รับบริจาคคนละ 1 บาท น่าจะติดได้ทั้งภายนอกและภายใน อีกทั้งจะเป็นสิ่งจารึกไว้ว่า ในสมัยหนึ่งได้ร่วมกันสร้างอุโบสถเหรียญบาทแห่งนี้ไว้ให้เป็นถาวรวัตถุสืบทอดไว้ให้ชนรุ่นหลัง เพราะในอนาคต เหรียญบาทก็คงมีค่ามหาศาล

“ในสมัยปัจจุบัน ศาสนากับเยาวชนห่างไกลกันมาก ดังนั้นเราชาวพุทธทั้งหลายต้องช่วยกัน ไม่ว่าด้านใดก็ตามที่จะทำให้เยาวชนชาวพุทธทั้งหลาย กลับมาสนใจ ศึกษาในหลักธรรมคำสั่งสอน ขององค์สมเด็จพระพุทธเจ้าให้มากเหมือนดังเดิม เพราะคำสั่งสอนของสมเด็จพระพุทธเจ้า สามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน” พระอาจารย์อาทิตย์ กล่าว

สำหรับวัตถุมงคลที่ได้ปลุกเสกออกมา 1 รุ่น เพื่อมอบให้กับผู้ที่ได้ร่วมทำบุญในการสร้างอุโบสถ เป็นเนื้อสามกษัตริย์ ทอง เงิน นาค ผสมกันสวยงาม ด้านหน้าเป็นรูปพระสมเด็จทรงระฆัง ที่ฐานมีอักษรระบุว่า วัดบ้านทุ่งเคล็ด ส่วนด้านหลังเป็นคาถาชินบัญชร ที่เชื่อกันว่าทำให้เกิดความสิริมงคลแก่ตนเอง มีเมตตามหานิยม ศัตรูไม่กล้ากล้ำกราย และขจัดภัยตลอดจนคุณไสยต่างๆ

อุโบสถเหรียญกษาปณ์หนึ่งบาท วัดทุ่งเคล็ดแห่งนี้ จะเป็นสถานที่สำคัญในประวัติศาสตร์ของชาติไทยได้อย่างดียิ่ง อีกทั้งจะเป็นสถานที่พักผ่อนที่สำคัญ เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมในอนาคต ประวัติศาสตร์จากการจารึกครั้งนี้คงอยู่คู่กับชาติไทยตลอดไป

สำหรับพุทธสาสนิกชน จะร่วมบริจาคทรัพย์หรือเหรียญบาท สามารถติดต่อได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ พระอาจารย์ พระสมุห์ อาทิตย์ 0857043117 หรือ นายประสบโชค ชนะภัย ไวยาวัจกร 0811981535 หรือโอนเงินร่วมทำบุญเข้าบัญชี วัดบ้านทุ่งเคล็ด บัญชีธนาคาร ธกส. ออมทรัพย์ บัญชีเลขที่ 020013550059

ที่มา>>>ข่าวสด