ดับสยองคากระบะ!! หนุ่มซิ่งเสยรถพ่วงจอด สลดศีรษะเปิด-คอหักตายคาที่ ไม่มีรอยเบรก

เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 23 พ.ย. ร.ต.อ.อารัทธ์ รักษาวงศ์ รอง สว.(สอบสวน) สน.เพชรเกษม รับแจ้งเหตุรถกระบะชนท้ายรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ มีผู้เสียชีวิต บริเวณถนนกาญจนาภิเษก (วงแหวนตะวันตก) ขาออก ช่วงต่างระดับบางโคลัด หน้าหมู่บ้านสุขสันต์ 6 แขวงหลักสอง เขตบางแค กทม. จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อม แพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุอยู่ในช่องทางด่วน ซึ่งกำลังมีการซ่อมขูดผิวถนนเพื่อเตรียมลาดยางใหม่ พบรถกระบะยี่ห้อ โตโยต้า รีโว่ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน 1 ฒว 3544 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้าพังยับเยิน กระจกหน้ารถแตกละเอียด จอดอยู่ในช่องทางกลาง ใกล้กันพบรถบรรทุก สีขาว ยี่ห้อ มิตซูบิชิ ทะเบียน 84-1027 จ.สุพรรณบุรี ส่วนท้ายพ่วง 84-8275 จ.สุพรรณบุรี จอดติดเครื่องอยู่ในช่องทางด้านขวาสุดs__2932740จากการตรวจสอบภายในรถกระบะบริเวณที่นั่งคนขับ พบศพ นายสุริยัณห์ รุ่งสะอาด อายุ 30 ปี อยู่ หมู่ที่ 5 ต.บางเล่า อ.คลองเขื่อน จ.ฉะเชิงเทรา อาชีพขับรถส่งเนื้อสัตว์ สภาพศพสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ นุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ มีบาดแผลศีรษะเปิด คอหัก เสียชีวิตคาพวงมาลัย โดยที่เบาะ ถุงลมนิรภัยทำงาน เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง ได้ช่วยกันนำร่างผู้เสียชีวิตออกจากตัวรถ ตรวจสอบพบกระเป๋าสตางค์สีน้ำตาล ภายในมีเอกสารระบุชื่อผู้เสียชีวิต และเงินสดประมาณ 14,600 บาท เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ก่อนมอบศพให้มูลนิธินำส่งชันสูตรที่รพ.ศิริราชs__2932743 สอบสวน นายกนกศักดิ์ ทองนุ่ม อายุ 34 ปี คนขับรถบรรทุกพ่วงคันเกิดเหตุ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุนำรถบรรทุกพ่วงมาจอดเพื่อให้คนงานที่ขูดลอกพื้นผิวถนนนำเศษพื้นผิวถนนเก่าที่ได้มีการขูดลอกแล้วใส่ขึ้นรถเพื่อนำไปทิ้ง โดยที่เกิดเหตุมีการติดตั้งไฟสัญญาณพร้อมตั้งกรวยยางเตือนผู้ใช้เส้นทาง หลังจากคนงานนำผิวถนนเก่าใส่รถจนเต็มคันรถ ก็ได้คลุมผ้าใบเพื่อป้องกันเศษวัสดุร่วงหล่น ขณะกำลังสตาร์ทรถเพื่อที่จะนำวัสดุไปทิ้ง จู่ๆ รถกระบะของผู้ตาย ก็พุ่งมาชนท้ายรถบรรทุกตนอย่างจัง โดยที่ไม่ได้ยินเสียงเบรกรถเลยs__2932742ด้าน ร.ต.อ.อารัทธ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ใด โดยจะได้เรียกสอบพยานแวดล้อมซึ่งเป็นคนงาน รวมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิด ในที่เกิดเหตุและใกล้เคียง เพื่อหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว เบื้องต้นอาจเป็นไปได้ว่าผู้ตายขับรถมาด้วยความเร็วแล้วเกิดหลับใน จนรถเสียหลักพุ่งชนรถพ่วงที่จอดอยู่ ซึ่งก็จะสอบสวนหาข้อเท็จจริง ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

แม่ค้าขายขนมจีนยั๊วะจัด ถูกขโมยกล้วยไม้หน้าร้าน พบเจ้าของรถตู้ป้ายแดงมาดอดขโมย (มีคลิป)

เมื่อเวลา12.00น.(19พ.ย.59) ที่ หมู่บ้านจุกกะเฌอ หมู่1ต.บึงอ.ศรีราชา นางอำไพ ช่วงชิง แม่ค้าขายขนมจีน ร้านแม่อำไพ ตั้งอยู่ถนนเส้นสายเครือสหพัฒน์- จุกกะเฌอ ร้องสื่อให้แจ้งชาวบ้านระวัง ขโมยออกอาละวาด แม้กระทั่งต้นกล้วยไม้ ที่แขวนมานานกว่า 3 ปี ยังถูกหัวขโมย มาดอดเอาตอนกลางดึก เปิดกล้องวงจรปิดดู รู้สึกโมโหจัดขโมยใจเย็นมาก ค่อย ๆเลือกแต่ต้นสวย ๆ เอาไปอย่างใจเย็นนางอำไพ เจ้าของร้านขายขนมจีนแม่อำไพ เล่าเหตุการณ์ที่ไม่น่าเกิดขึ้นกับตัวเองให้ฟัง ว่า ตนเองเป็นคนรักกล้วยไม้ เปิดร้านขายขนมจีนมาหลายปีแล้ว เห็นว่าหน้าร้านโล่ง ๆ จึงเอากระถางกล้วยไม้มาแขวนเพื่อสร้างสีสันให้กับทางร้าน

แต่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พอจะมารดน้ำก็ ไม่เห็นกระถางกล้วยไม้แล้ว จึงไปเปิดกล้องวงจรปิดถึงกับโมโหจัด เมื่อเห็น ภาพคนร้าย ขับรถตู้ป้ายแดงมาจอดที่หน้าร้าน แล้วลงมาขโมยกล้วยไม้แคระที่ตนเลี้ยงไว้ อย่างใจเย็น ค่อย ๆ เอา ขึ้นรถทีละกระถาง ได้กล้วยไม้ไปถึง 3 กระถาง เอาเฉพาะกระถางที่มีดอก ส่วนที่ไม่มีดอกไม่ยอมเอาไป ด้วยความโมโหจัด นางอำไพ ยังท้าให้ขโมยรายนี้มาเอาไปอีก คราวนี้เอาของแพงมาแขวนโชว์ ประชดอยากได้ก็ให้มาเอาอีก มีเงินซื้อรถตู้ป้ายแดงแต่กล้วยไม้ราคาไม่ถึงร้อยมาขโมยของชาวบ้าน ช่างไม่ระอายต่อบาปกันเลย

ที่มา>>>ข่าวสด

วงจรปิดชัด!! 2โจรไม่กลัวบาป บุกวัดกร่าง สามโคก-ปทุมฯ ลักตู้บริจาค แต่ไม่ได้เงินไปสักบาท!

เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ร.ต.อ.ถิรวัฒน์ ฟักประไพ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี รับแจ้งเหตุคนร้าย 2 คนเข้ามาลักทรัพย์ภายในวัดกร่าง หมู่ที่ 1 ต.บางกระบือ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี จึงประสานตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานร่วมรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.ท.อังกูร ทวีเกตุ สว.สส. และตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.สามโคก201609292027021-20050311150427เมื่อตำรวจไปถึงบริเวณหน้าศาลาหลวงพ่อนรสิงห์ พบพระเฉลิม ฉันทสาโร พระลูกวัดยืนรอให้การกับตำรวจ พร้อมพาไปดูที่เกิดเหตุบนศาลาและด้านหน้าศาลาหลวงพ่อนรสิงห์ ซึ่งเป็นจุดตั้งตู้บริจาคค่าไฟฟ้าและน้ำประปาวัด โดยคนร้ายยกกล่องบริจาคเงินไป 1 กล่อง จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบันทึกภาพคนร้าย เป็นชาย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาก่อเหตุเวลา 02.51 น201609292027102-20050311150427พระเฉลิมกล่าวว่า จากภาพวงจรปิดพบว่า คนร้ายแยกกันลงมือค้นหาเงินในตู้บริจาคและโลงศพนานเวลากว่า 10 นาที ก่อนจะยกกล่องบริจาคหลบหนีไปด้วย 1 ใบ โดยในกล่องและตู้บริจาคไม่มีเงินอยู่แล้ว เนื่องจากพระช่วยกันไขกุญแจนำเงินที่ญาติโยมบริจาคออกไปเก็บไว้หมดแล้ว เพื่อป้องกันคนร้ายเข้ามาลักทรัพย์ และก็มีคนร้ายมาลักจริงๆ201609292027274-20050311150427พ.ต.ท.อังกูร เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่าคนร้ายนำกล่องบริจาคไปทิ้งไว้ในซอยหงษ์ทองใกล้ๆวัด ขณะนี้ชุดสืบสวนกำลังเร่งออกสืบสวนหาเบาะแสคนร้าย โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐานชัดเจน รวมทั้งเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้หลบหนีไป201609292027275-20050311150427

ที่มา>>>ข่าวสด

งัดร่างโชเฟอร์ดับคาซากรถตู้โดยสารชนสนั่นท้ายกระบะเจ็บ 6 รายสยอง!ที่หนองจอก

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 19 ก.ย. ร.ต.อ.วินัย ขวัญแก้ว รอง สว. (สอบสวน) สน.ลำผักชี รับแจ้งเหตุรถตู้โดยสารชนท้ายรถกระบะ มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายราย เหตุเกิดบนถนนเชื่อมสัมพันธ์แขวงและเขตหนองจอก กทม. จึงไปตรวจสอบ พร้อมอาสามูลริธิร่วมกตัญญูที่เกิดเหตุอยู่บริเวณช่วงหน้าสนามฟุตซอลบางกอกอารีน่า ฝั่งมุ่งหน้าหนองจอก ที่ช่องทางขวาสุดตรงจุดกลับรถ พบรถตู้โดยสารยี่ห้อโตโยต้า รุ่นคอมมิวเตอร์ สีขาว เลขทะเบียนป้ายเหลือง 15-0087 กรุงเทพมหานคร วิ่งสายมีนบุรี-หนองจอก สภาพหน้ารถฝั่งคนขับพังยุบเข้าไปจนถึงคนขับ หน้ารถชนติดอยู่ที่ท้ายรถกระบะ ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีขาว เลขทะเบียน 70-6178 ระยอง มีนายสันติ ลัภขุนทด อายุ 23 ปี เป็นคนขับ ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นคนขับรถตู้ติดอยู่ในซากรถ เจ้าหน้าต้องใช้เครื่องตัดถ่างนำร่างออกมาทราบชื่อนายสฤษดิ์ จันทร อายุ 59 ปี ส่วนผู้บาดเจ็บมี 6 คน เป็นผู้โดยสารเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวส่งรพ.หนองจอก ล่าสุดอาการปลอดภัย201609191923525-20140724141910สอบสวนนายสันติ ให้การว่า ตนขับรถบรรทุกอะไหล่รถยนต์มาจากจ.ชลบุรีจะไปส่งให้ลูกค้าย่านหนองจอก ระหว่างทางใช้ถนนเชื่อมสัมพันธ์ เมื่อถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นจุดกลับรถตนจึงชิดซ้ายเพื่อตีวง ขณะกำลังกลับรถนั้นมีรถตู้วิ่งมาอย่างรวดเร็ว ชนเข้าที่ท้ายรถของตนอย่างแรงเสียงดังสนั่น เมื่อลงมาก็พบว่าคนขับเสียชีวิต

ด้านร.ต.อ.วินัย กล่าวว่า สอบสวนเบื้องต้นทราบว่ารถตู้รับคนมาจากตลาดมีนบุรีในรถมีผู้โดยสารกับคนขับรวม 11 คน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุคาดว่าหักหลบรถกระบะไม่ทัน จึงเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น เบื้องต้นยังไม่แจ้งข้อหา ต้องรอตรวจสอบกล้องวงจรปิดและสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ และผู้โดยสารที่นั่งมาในรถเพื่อประกอบสำนวนคดีก่อนจึงจะสรุปและแจ้งข้อหาต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

แม่ค้าสุดทนขโมยลักสินค้ากว่า 20 ครั้ง น้อยใจวงจรปิดแจ้งความ เจ้าหน้าที่ไม่สน

เมื่อวันที่ 5 ก.ย.59 นางแจ่มจันทร์ เวสะมุลา อายุ 63 ปี เจ้าของร้านขายของชำชื่อร้าน “ฉัตรเงิน” ในตลาดสดเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ กำลังประสบปัญหาเดือดร้อนหนัก หลังถูกคนร้ายเป็นหญิงจำนวน 3 คน อายุราว 30 – 40 ปี  หมุนเวียนกันเข้ามาก่อเหตุลักขโมยสิ่งของโดยเฉพาะเหล้า บุหรี่ ภายในร้านช่วงที่เผลอหรือกำลังยุ่งกับการขายของมากกว่า 20 ครั้ง รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ถูกลักขโมยกว่า 300,000 บาท ถึงแม้ทางร้านจะนำหลักฐานภาพพฤติกรรมของคนร้ายขณะก่อเหตุ ที่กล้องวงจรปิดซึ่งทางร้านติดตั้งไว้บันทึกภาพได้ ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ซึ่งในภาพเห็นใบหน้าและพฤติกรรมชัดเจน แต่ก็ยังไม่สามารถจับกุมตัวได้ โดยภาพวงจรปิดจะเห็นคนร้ายสะพายเป้เดินวนเวียนภายในร้าน ทำทีคล้ายกับเลือกสินค้าเหมือนกับลูกค้าทั่วไป จากนั้นจะอาศัยจังหวะที่เจ้าของ หรือลูกน้องภายในร้ายกำลังยุ่งกับการขายของ ก็ฉกเอาเหล้า บุหรี่ ใส่กระเป๋าเป้แล้วเดินออกจากร้านไป ถึงแม้ทางร้านจะติดป้ายที่มีข้อความว่า “ขโมยของปรับ 100 เท่า” แต่คนร้ายก็ไม่ได้สะทกสะท้านหรือเกรงกลัวแต่อย่างใด  นางแจ่มจันทร์ เจ้าของร้าน บอกว่า ปกติร้านจะเปิดตั้งแต่เวลาประมาณ 03.00 น. ทุกวัน แต่ละวันจะมีลูกค้าทั้งขาประจำ และคนที่ไม่รู้จักมาเลือกซื้อสินค้าในร้านจำนวนมาก ทางร้นจึงได้เฝ้าระมัดระวังป้องกันการก่อเหตุขโมยของอย่างรอบคอบ ทั้งการวางสินค้าราคาแพงไว้ในที่ที่มองเห็นชัดเจน ตรวจนับก่อนวางโชว์ และติดกล้องวงจรปิดกระจายตามจุดต่างๆ ในร้าน จำนวน 14 ตัว ทั้งติดป้ายขโมยของปรับ 100 เท่า แต่คนร้ายก็ยังไม่เกรงกลัวและฉวยโอกาสช่วงที่คนในร้านเผลอ หรือยุ่งกับการขายของ  ลักขโมยเหล้า บุหรี่ ไปหลายครั้ง  จึงได้ไปตรวจสอบกล้องวงจรปิด  ก็พบมีหญิงต้องสงสัยอยู่ 3 คน  เพราะจะหมุนเวียนกันเข้ามาเลือกของในร้าน บางครั้งมาคนเดียวบางครั้งก็มา 2 คน แต่ละครั้งจะสะพายกระเป๋ามาด้วย  แต่เมื่อหยิบสิ่งของไปแล้วก็หายไปในจุดลับตา  สักพักก็เดินหายออกจากร้านไปโดยที่ไม่ซื้อของแต่อย่างใด

นางแจ่มจันทร์  บอกอีกว่า  แต่ที่รู้สึกน้อยใจ คือเมื่อนำหลักฐานภาพวงจรปิดพฤติกรรมคนร้ายไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กลับได้รับคำตอบว่าให้จับคนร้ายเอง และพิจารณาปรับค่าเสียหายเองเลย ทั้งที่ตำรวจต้องเป็นที่พึ่งของประชาชนแต่กลับได้รับคำตอบแบบนี้ ซึ่งที่ผ่านมาก็เคยใช้ภาพวงจรปิดเป็นหลักฐานจับตัวผู้ลักขโมยของในร้านเองมาแล้ว 2 ราย และก็ปรับเงินค่าเสียหายตามจำนวนสินค้าที่เอาไป แต่ก็ไม่คิดจะมีคนร้ายมาก่อเหตุซ้ำอีกจากกรณีที่เกิดขึ้นทางร้านก็เตรียมติดกล้องวงจรปิดเพิ่มอีก 4 ตัว รวมเป็น 18 ตัว เพื่อใช้จับภาพพฤติกรรมคนร้าย ทั้งได้ปริ้นภาพใบหน้าผู้ก่อเหตุลักขโมยของที่ร้านจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกได้ แจกจ่ายให้กับลูกค้าที่มาซื้อของภายในร้าน ให้ช่วยแจ้งเบาะแสหากพบผู้ที่มีรูปพรรณในลักษณะดังกล่าว จึงอยากวิงวอนให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วด้วย พร้อมกันนี้ยังได้แจ้งเตือนร้านค้าต่างๆ ให้ระมัดระวังจะตกเป็นเหยื่อของกลุ่มแก๊งลักขโมยดังกล่าวด้วย

ที่มา>>>ข่าวสด

ดวลกันดุเดือด โจรปล้นรถกลางปั๊ม เจอเจ้าของคว้าปืนกลยิงสวน-หนีกระเจิง (คลิป)

เว็บไซต์ เดลี่สตาร์ ของอังกฤษเผยภาพกล้องวงจรปิดเหตุยิงระทึกบริเวณปั๊มน้ำมันในรัฐจอร์เจีย ทางตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา  ขณะที่ผู้ชายผมบลอนด์เดินออกมาจากร้านสะดวกซื้อแล้วกลับไปขึ้นรถเก๋งคันสีดำที่จอดในปั๊มน้ำมัน จู่ๆ ผู้ชายที่เดินวนเวียนกับพรรคพวกเดินตามมาแล้วชักปืนหวังชิงทรัพย์ แต่หนุ่มผมบลอนด์เปิดประตูรถอย่างช้าๆ แล้วคว้าปืนลูกซองกึ่งอัตโนมัติเล็งคนร้ายซึ่งล้มลงไปแล้วเดินรอบรถเก๋งก่อนยิงสวนมา  เจ้าของรถจึงรัวกระสุนโต้กลับ จนคนร้ายและพวกหลบหนีไปหลังเกิดเหตุ ผู้หญิงที่นั่งรถมาด้วยถูกกระสุนยิงเข้าที่หัวไหล่ ถูกนำส่งรักษาที่โรงพยาบาล โดยแพทย์อนุญาตให้ผู้บาดเจ็บกลับไปพักฟื้นที่บ้านแล้ว จากการสอบสวนทราบว่า เจาของรถให้การตรงตรามพยานหลักฐาน คือ ภาพกล้อวงวงจรปิด ส่วนสาเหตุยังอยู่ระหว่างการสอบสวน

ที่มา>>>ข่าวสด

ตร.เปิดภาพสเก็ตซ์ผู้ต้องสงสัย 4 ราย วางบึ้มหัวหิน-พังงา

 เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองทะเบียนอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เปิดเผยภาพสเก็ตซ์ผู้ต้องสงสัย 3 คน ที่ก่อเหตุวางระเบิดภายในเขตเทศบาลอ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และผู้ต้องสงสัยวางระเบิดในเขตชุมชนบริเวณตลาดบางเนียง จ.พังงา โดยผู้ต้องสงสัยทั้ง 4 คน กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพได้อย่างชัดเจน โดยทั้งหมดเป็นชายแต่งกายคล้ายนักท่องเที่ยว สวมหมวกปิดบังใบหน้า และสะพายเป้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะรวบรวมหลักฐานและติดตามตัวและออกหมายจับต่อไป 

ที่มา>>>ข่าวสด

จุดธูปขอเจ้าป่าเปิดทางทีมค้นหานักท่องเที่ยวหลงถ้ำที่แม่สาย

จากกรณีมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ คาดเป็นชาวจีนหรือชาวญี่ปุ่น อายุประมาณ 55-60 ปี สูญหายในเขตวนอุทธยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ตั้งแต่วันที่ 12 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยทิ้งไว้เพียงจักรยานข้างร้านค้า ทางเข้าด้านข้างวนอุทธยานนานนับสัปดาห์ จนคาดว่าหลงทางในถ้ำ ทางเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายออกทำการค้นหาตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 ส.ค. เรื่อยมา เจ้าหน้าที่ได้เพิ่มชุดค้นหา โดยมี ทีมนักประดาน้ำจากสมคมกู้ภัยศิริกรณ์เชียงราย มาช่วยเหลือการค้นหาเมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา แต่เนื่องจากระดับน้ำในถ้ำยังไหลเชี่ยวและอันตราย มีฝนตกติดต่อกันเรื่อยมาหลายวัน จนทางเจ้าหน้าที่ต้องยุติภาระกิจการค้นหา เมื่อวันที่ 16.00 น. วันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ที่วนอุทธยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย นายชุติเดช มีจันทร์ นายอำเภอแม่สาย เชียงราย เดินทางมาร่วมอำนวยการค้นหา พร้อมทั้งขอขอบคุณ ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานที่ร่วมกันช่วยค้นหาอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 5 วันแล้ว ถึงแม้จะยังไม่มีอะไรคืบหน้าก็ตาม ทุกฝ่ายทำหน้าที่อย่างดีที่สุด ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ว่า นักท่องเที่ยวคนดังกล่าวเสียชีวิตไปแล้ว เพราะยังไม่มีพบศพ อาจจะยังมีความหวังอยู่ก็เป็นได้ เพราะในถ้ำมีน้ำให้ประทังชีวิตได้ คนเราขาดอาหารได้ แต่ขาดน้ำไม่ได้ ก็ยังรอฟังข่าวด้วยความหวังต่อไป ด้าน พ.ต.ท.อรรนพ  เลิศสุวรรณ รอง.ผกก.ป สภ.แม่สาย สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทั้งชุดสายสืบ ออกตามหาข่าว คนหายในพื้นที่ และหาเบาะแสการเข้าพักอาศัยของชาวต่างชาติ ลักษณะตามที่ได้รายงานมา พร้อมด้วยจักรยานแบบหญิงสีฟ้า ทั้งในเขต อ.แม่สาย และอ.ห้วยไคร้ เป็นที่น่าแปลกว่าขาดการติดต่อนานนับสัปดาห์เหตุใดไม่มีคนมาแจ้งหาย ต่อให้เช่าพักแบบรายวันหรือ รายเดือน ผู้ให้เช่าก็น่าจะผิดสังเกต หรือทราบข่าวจากสื่อต่างๆที่เสนอข่าวการหายไปตั้งหลายวันมาแล้ว ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่กำลังไปเช็คกล้องวงจรปิดของห้างโลตัสใกล้เคียง เพราะผู้ที่สูญหายได้ไปจับจ่ายซื้อสินค้าจากโลตัส ไม่ทราบสาขาใด มีหลักฐานเป็นถุงโลตัสตกอยู่หน้าถ้ำ รวมกับของเส้นไหว้ ที่ผู้สูญหาย ทำพิธีไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนหายไปในถ้ำ หากได้ภาพจากกล้องวงจรปิด คาดว่าจะรู้ชื่อและตรวจสอบกับ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองได้

ด้าน น.ส.ฤทัยวรรณ ปฏิเสน เจ้าพนักงานพิทักษ์ป่า วนอุทธยาน ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เปิดเผยว่า ถึงแม้จะติดตามค้นหาหลายวันจะไร้วี่แวว การส่งเจ้าหน้าที่เข้าค้นหาในถ้ำ คงจะยุติลงชั่วคราว แต่ยังคงขอให้เจ้าหน้าที่ของ วนอุทธยานค้นหาโดยรอบ อาจจะได้ร่องรอยก็เป็นได้

ขณะที่ นายชูเกียรติ เหลืองโสภาพรรณ หัวหน้าชุดปฏิบัติงาน สมาคมศิริกรณ์ เปิดเผยว่า วันนี้นำทีมค้นหาเป็นนักประดาน้ำ และฝ่ายสนับสนุนรวม 9 นาย การเข้าถ้ำในวันนี้เดินเท้าฝ่ากระแสน้ำเชี่ยวเข้าไป ความยาวกว่า 1 กม. ใช้เวลา ไป-กลับเกือบ 3 ชม. ไม่พบสิ่งผิดสังเกต ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นเน่าเหม็น เหมือนที่เจ้าหน้าที่ชุดเมื่อวานเจอ แม้ส่งสัญญาณเสียง แสง ไปตามจุดอับต่างๆ ตามทางที่ผ่าน ก็ไม่มีการโต้ตอบกลับมา ในถ้ำกระแสน้ำแปรปรวนตลอด บางจุดน้ำสูงเกือบท่วมหัว ถึงแม้ภายนอกในจะหยุดตกมาสองวันแล้ว แต่กระแสน้ำในถ้ำยังเพิ่มขึ้นไหลแรงเป็นบางจุด ต้องคอยดูแลลูกชุด ให้ระมัดระวังตัวตลอดเวลา

รายงานข่าวแจ้งว่า ตลอดทั้งวันมีชาวบ้านเดินทางมาเพื่อติดตามข่าว โดยเจ้าหน้าที่ต้องปิดกั้นโซนปากถ้ำ ไม่ให้บุคลภายนอกเข้าไป เกรงจะเกิดอันตรายซ้ำขึ้นมา ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เปิดแผงกั้นเพื่อระบายน้ำออก คาดว่าจะช่วยให้ระดับน้ำในถ้ำลดลงไม่มากก็น้อย ชาวบ้านเริ่มหันมาพึ่งทางไสยศาสตร์มีการนำธูป เทียนมาจุดบอกเจ้าป่าเจ้าเขา ขอให้เปิดทางไม่บังตาให้กับทีมค้นหา ด้วยความหวังว่าขอให้เจอในสภาพที่ยังมีชีวิตอยู่ ไม่อยากให้เสียชีวิตคาถ้ำ

ที่มา>>>ข่าวสด

แม่แอบอุ้มทารกอายุแค่ 4 เดือน ทิ้งกลางศาลากลางจังหวัด เร่งออกตามหาตัว

เมื่อวันที่ 25 กค. 59  พ.ต.อ.ภูมิปัญญ์ญา นวตระกูลพิสุทธิ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย ได้สั่งการไปยังชุดสายสืบให้ออกติดตามหาข่าว หญิงผู้ต้องสงสัยลักษณะตามที่กล้องวงจรปิดของศาลากลางจังหวัดเชียงราย และกล้องวงจรปิดของเทศบาลนครเชียงราย ที่จับภาพได้ ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 20 กค.ที่ผ่านมา ตรงกับวันเข้าพรรษา ได้มีผู้พบทารกเพศหญิงอายุประมาณ 4 เดือน ถูกนำมาวางทิ้งใว้ตรงทางเท้า ใกล้กับทางขึ้นศูนย์ดำรงธรรมภายในศาลากลางจังหวัดเชียงราย ซึ่งได้มีเจ้าหน้าที่ได้ยินเสียงเด็กร้องไห้นานผิดสังเกต เมื่อออกมาก็พบเด็กทารก แต่ไม่ทราบว่าใครเอามาทิ้งใว้หรือ ลืมเด็กเอาใว้  ได้มีการแจ้งรถพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์มารับตัวเด็กไปดูแลตั้งแต่วันที่พบ ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ทั้งด้านหน้าศาลากลาง และบริเวณ ริมถนนปากทางเข้าศาลากลาง จนสามารถเห็นภาพของ หญิงสาวคนหนึ่งรูปร่างผอม สวมเสื้อแขนยาวมีหมวกคลุมศรีษะได้โดยสารรถตุ๊กๆ รับจ้าง เข้ามาที่ศาลากลาง โดยให้รถตุ๊กๆ จอดรอใกล้ๆ หน้าเสาธง จากนั้นได้อุ้มเด็กห่อด้วยผ้าห่มสีนำเงิน มาวางใว้จุดที่มีการพบทารกครั้งแรก จากนั้นก็ กลับไปนั่งตุ๊กๆ ออกจากศาลากลางไป ในกล้องวงจรปิด เห็นทะเบียนรถตุ๊กๆ อย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้กระจายกำลังออกติดตามหาข่าว จากกลุ่มตุ๊กๆ รับจ้าง เพื่อติดตามหาตัวแม่ พร้อมทั้งได้นำภาพ จากกล้องวงจรปิด มาเผยแพร่ เพื่อให้พลเมืองดีช่วยแจ้งเบาะแสมายังเจ้าหน้าที่อีกทางหนึ่ง

ที่มา>>>ข่าวสด